หัวใจของฮวงจุ้ย

           ปิดท้ายการบรรยายทางโหราศาสตร์ในงานสังสรรค์นักโหราศาสตร์กันด้วยเรื่องของฮวงจุ้ย โดยอาจารย์ธิตินัย พันธุ์วิชาติกุล ผู้เชี่ยวชาญภูมิพยากรณ์ศาสตร์ ได้กล่าวถึงพื้นฐานของศาสตร์นี้ให้มีความเข้าใจมากขึ้น “ปัจจุบันฮวงจุ้ยได้รับความนิยมมาก เพราะศาสตร์ด้านนี้นำไปเสริมหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโชคชะตาและเงินทองได้”

            อาจารย์ธิตินัย อธิบายเพิ่มเติมว่า หลายท่านรวมถึงผู้ที่จบสถาปัตย์หรือมัณฑนากรจะหันมาศึกษาฮวงจุ้ย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่ในสมัยโบราณศาสตร์ฮวงจุ้ยมีไว้เพื่อให้ฮ่องเต้ใช้ในการสร้างพระราชวัง สร้างเมือง ที่ประทับ ห้องบรรทม ห้องทรงงาน ฯลฯ ฉะนั้นสมัยก่อนวิชาฮวงจุ้ยจึงเปรียบเสมือนกับวิชาที่เป็นความลับของฟ้าดิน และศาสตร์นี้จะถ่ายทอดเฉพาะตระกูลลงมาเท่านั้น การเรียนรู้ศาสตร์นี้ในสมัยก่อนจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยาก และสิ่งสำคัญในการศึกษาวิชาฮวงจุ้ยให้ถูกต้องก็คือ การถ่ายทอด เท่านั้น

            “แต่ชาวจีนก็มีความเชื่อเรื่องของโชคชะตามากมาตั้งแต่โบราณ และค้นพบว่าหลักวิชาฮวงจุ้ยนั้นเป็นเพียงศาสตร์เดียวที่สามารถเอามาเสริม เปลี่ยนเคราะห์ให้เป็นโชค เปลี่ยนอุปสรรคให้เป็นความสำเร็จได้ถึง 50% ขึ้นไป จึงเกิดสำนักต่างๆขึ้นมากมาย มีการแปรความหมาย ปรุงแต่งหลักการต่างๆเข้าไป จึงกลายเป็นศาสตร์ฮวงจุ้ยประยุกต์ จนหาต้นตอของศาสตร์นี้ไม่เจอ”

            วิชาฮวงจุ้ยก็คือ ศาสตร์และศิลป์แห่งการเลือกที่อยู่อาศัย หรือศึกษาอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อชีวิตของคนเรา

“หัวใจของฮวงจุ้ยไม่ได้อยู่ที่การใช้อุปกรณ์ใดมาเสริม   แต่จะเน้นเรื่องทิศทางสัมพันธ์กับตำแหน่งดวงดาวทั้ง 9 ซึ่งมักจะมีผู้ถามว่าบ้านควรจะหันทิศไหนดี คำตอบก็คือ บ้านที่หันทุกทิศดีทั้งสิ้น ความสำคัญอยู่ที่ตรงกับกระแสคลื่นของธรรมชาติที่เรียกว่า แม่เหล็กโลก หรือไม่”

หลักอีกประการหนึ่งก็คือ สภาวะหยิน-หยางหรือความสมดุลของธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ใหญ่โตราวกับคฤหาสน์ แต่มีคนอยู่เพียง 2-3 คนเท่านั้น ก็จะเกิดสภาวะที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านสุขภาพไม่ดี

            นอกจากนี้ ปัจจุบันที่ยึดถือและนำไปใช้กันก็คือ เสือขาว มังกรเขียว ซึ่งทฤษฎีนี้มีข้อโต้แย้งหลายประเด็นด้วยกัน หากลองย้อนไปดูประเทศจีนในอดีต การอยู่อาศัยในสมัยโบราณจะต้องดูทิศทางลมกับน้ำเป็นหลัก

ฉะนั้นทิศที่เหมาะสมก็คือหันหน้าเข้าสู่ทิศใต้เพื่อหลีกเลี่ยงความหนาวเย็น ด้านหลังจะต้องมีภูเขา ซ้ายขวาจะต้องมีแนวเขาในการบังแสงอาทิตย์ในยามเช้าและยามบ่าย เบื้องหน้าควรมีน้ำเพื่อทำการเกษตร ดังนั้น หากมีการสมมติสัญลักษณ์ขึ้นมาก็เปรียบเทียบด้านหลังคือความมั่นคงและอายุที่ยืนนานของเต่า ส่วนซ้ายขวาก็คือมังกรเขียวและเสือขาว ด้านหน้าคือหงส์แดง

“ที่จริงแล้วทฤษฎีนี้ใช้เฉพาะบ้านที่หันทิศใต้เท่านั้น เมื่อนำทฤษฎีนี้มาใช้จึงเกิดการกำหนดขึ้นว่าประตูที่ดีต้องอยู่ซ้าย เมื่อมองออกมาจากในบ้าน แต่หากพิจารณาในยุคปัจจุบันจะพบว่าบ้านสมัยใหม่มีทั้งประตูกลาง ประตูด้านข้าง ประตูด้านหลัง เพราะโลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทฤษฎีนี้จึงเหมือนกับเป็นหลักตาย หากวิเคราะห์ให้ดีจะเห็นว่าถ้ามีทิศที่ดีอยู่เพียงทิศเดียวแล้วผู้ที่อยู่อีก 7 ทิศจะทำอย่างไร ฮวงจุ้ยจึงไม่กำหนดว่าทิศไหนดีหรือไม่ดี แต่ทิศที่ดีจะต้องเป็นทิศที่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ละช่วงทุก 20 ปี “

นอกจากนี้อาจารย์ธิตินัยยังได้อธิบายถึงหัวใจของฮวงจุ้ยว่า ประการแรกอยู่ที่ ปาก เพราะคนเราจะอิ่มหรือไม่อยู่ที่ปาก สุขภาพจะดีหรือไม่ก็อยู่ที่ปาก การเจรจาจะสำเร็จจะหรือไม่ก็อยู่ที่ปากเช่นกัน

ประการที่สองคือ เตาไฟ สมัยโบราณถือว่าเตาไฟเป็นตัวแทนของการเงิน ถือเป็นศูนย์กลางของกระเพาะอาหารของทุกคนในบ้าน หากวางไม่ถูกต้องปัญหาที่ตามมาก็คือความขัดแย้ง การมีปากเสียงภายในบ้าน ปัญหาช่องท้องของผู้หญิงที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำ การผ่าตัด อาการปวดหลังของผู้ชายในบ้าน หรือโรคภัยต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นต้น

ประการที่สามคือ การนอน หากย้อนไปดูตั้งแต่ประการที่หนึ่งก็คือ แต่ละวันเราต้องออกไปแสวงหาความสำเร็จ เราจะต้องก้าวออกจากประตูที่ดีออกไป งานดีจะต้องระวังปัญหาเรื่องเตาไฟ และที่สำคัญสุขภาพก็ต้องดีด้วยนั่นก็คือ ตำแหน่งของการนอน ซึ่งทิศทางการนอนพยายามเปลี่ยนแปลงทุกๆ 20ปี แต่คนไทยมักจะยึดว่าทิศตะวันออกเป็นทิศที่ดีที่สุด แต่ปัจจุบันผู้ที่นอนทิศตะวันออกอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพ นอนไม่หลับ และได้สิ่งใดมาก็มักมีปัญหาอุปสรรค

ประการที่สี่ คือ โต๊ะทำงาน อันเปรียบเสมือนแขนขาของเรา ถ้าตั้งอยู่ในจุดไม่ดีก็จะบริหารลูกน้องไม่ได้ ต้องลงมือทำเองหรือไปบริหารงานเอง

ทั้ง 4 ประเด็นนี้จึงเหมือนเก้าอี้ขาที่มีความมั่นคง ถ้าประตูไม่ดี แต่ทิศทางและการจัดวางทุกอย่างภายในบ้านดี ถือว่า 60-70% ก็ยังอยู่ได้

“ที่กล่าวมานี้จะชี้ให้เห็นว่าอุปกรณ์เสริมไม่เคยมีอยู่ในตำราสมัยโบราณเลย “

อาจารย์ธิตินัย สรุปว่า โชคของคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับฮวงจุ้ยเพียงอย่างเดียว แต่โชคของคนเรายังขึ้นอยู่กับโชคฟ้าก็คือการมีโหงวเฮ้งที่ดีและมีพื้นฐานดวงชะตาที่ดี และขึ้นอยู่กับโชคมนุษย์ก็คือความสามารถ การศึกษา ความพยายาม และโดยเฉพาะคุณธรรมและจริยธรรมเป็นหลักใหญ่

และทั้งหมดที่นำเสนอต่อเนื่องกันมานี้ เป็นส่วนหนึ่งในการบรรยายและแลกเปลี่ยนความรู้ในงานวันโหราศาสตร์โดยอาจารย์ศุภลักษณ์ เชตตรีฤทธิ์ จัดขึ้นเมื่อต้นเดือนที่มา สำหรับผู้สนใจโหราศาสตร์แวะเข้าไปเยี่ยมชม อ่านเรื่องราวที่น่ารู้ หรือสนทนากับอาจารย์ศุภลักษณ์ได้ที่เว็บไซด์ www.astrouranian.com  ส่วนผู้ที่ติดตามงานของอาจารย์ธิตินัยหาอ่านได้ในคอลัมน์ “อยู่แล้วรวยด้วยฮวงจุ้ย” ในนิตยสารทำเลทอง

ปารมีศ์ ศิวะ

คอลัมน์ศาสตร์แห่งดาว

หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2545

_________________________________