โหราศาสตร์การแพทย์

             ทางคอลัมน์ศาสตร์แห่งดาวเคยนำเสนอเรื่อง“โรคภัยไข้เจ็บ” ที่เกี่ยวข้องกับดวงดาวไปแล้วครั้งหนึ่ง คราวนี้เรามาดูมุมมองเกี่ยวกับโหราศาสตร์การแพทย์ของนายแพทย์สนธยา พรึงลำภู คุณหมอนักโหราศาสตร์ ซึ่งมีความสนใจว่าคนไข้ที่เจ็บป่วยนั้นได้รับอิทธิพลจากดาวดวงไหน มีจุดใดบ้างที่ทำให้คนเราเจ็บไข้ได้ป่วย โดยได้บรรยายในงานวันโหราศาสตร์เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่โรงแรมชาลีนา ถนนรามคำแหง

            นายแพทย์สนธยา เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า โหราศาสตร์การแพทย์มีประวัติมาช้านานหลายร้อยหลายพันปี ในอดีตนั้นผู้ที่เป็นแพทย์จะมีความรู้ทางด้านโหราศาสตร์ควบคู่ไปด้วย มิเช่นนั้นจะวินิจฉัยและรักษาโรคไม่ถูกต้อง เนื่องจากในสมัยนั้นไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยเช่นปัจจุบัน  แต่ในยุคนี้ความทันสมัยทางการแพทย์มีมากกว่าสมัยก่อนจึงสามารถวินิจฉัยโรคต่างๆ ได้มากกว่าทางโหราศาสตร์

            “โหราศาสตร์การแพทย์ที่นำมาใช้ในปัจจุบันก็เพื่อวิเคราะห์ดวงชะตาพยากรณ์โรค เพื่อให้ทราบว่าเจ้าชะตาป่วยเพราะเหตุใด ทำไมถึงป่วย จะเจ็บป่วยเมื่อใด จะหายเมื่อใด และจะรักษาอย่างไร แต่ด้วยจรรยาโหราคงบอกไม่ได้ว่าเจ้าชะตาจะเสียชีวิตเมื่อใด”

            นายแพทย์สนธยา ย้ำว่า ปัจจุบันโหราศาสตร์การแพทย์นำมาใช้เพื่อศึกษาค้นคว้า โดยการตรวจวินิจฉัยโรคจากแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลัก ไม่ใช่วินิจฉัยโรคจากโหราศาสตร์เพียงอย่างเดียว

          สำหรับการวิเคราะห์โรคภัยไข้เจ็บตามหลักโหราศาสตร์การแพทย์ จะพิจารณาจากราศี ความหมายของดาว ตำแหน่งดวงดาว ฯลฯ แต่ละราศีจะบ่งบอกถึงอวัยวะต่างๆของร่างกายคนเรา อาทิ ราศีเมษก็คือบริเวณศรีษะ ส่วนราศีอื่นก็แบ่งเป็นอวัยวะต่างๆ ไล่เรียงกันไป จนถึงราศีมีนก็คือบริเวณเท้าทั้งสองข้าง หากแบ่งตามราศีกว้างเกินไปก็สามารถไปวิเคราะห์จากนวางค์ ตรียางค์ การทำมุมสัมพันธ์กับดวงชะตา หรือเรือนเกณฑ์ เป็นต้น

            หากพิจารณาดวงดาว ซึ่งแต่ละดวงก็มีความหมายและอิทธิพลในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บแตกต่างกันไปดังนี้คือ           หากเจ้าชะตามีดาวอาทิตย์อยู่ในตำแหน่งที่ดีก็จะส่งผลให้ร่างกายดี มีความแข็งแรง “แต่ถ้าดาวอาทิตย์อยู่ตำแหน่งที่เสียก็จะแย่หน่อย”

            ส่วนดาวจันทร์ หมายถึง ความป่วยไข้จิตใจและอารมณ์

ดาวอังคาร ได้แก่ กล้ามเนื้อ กระดูก ปวดข้อ ข้ออักเสบ เคล็ด ฟกช้ำ ถ้าดาวอังคารอยู่ร่วมกับดาวอาทิตย์หรือส่งผลถึงกันจะก่อให้เกิดปฏิกิริยาเฉียบพลันเช่น ไข้ขึ้นสูง อุบัติเหตุ เป็นต้น

            ส่วนดาวพุธเกี่ยวข้องกับระบบประสาทในร่างกาย หากเจ้าชะตาผู้ใดที่ดาวพุธอยู่ในตำแหน่งเสียก็มักจะเป็นอัลไซเมอร์ อัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น

            “ดาวพฤหัสบดีหากเทียบกับอวัยวะในร่างกายก็หมายถึง ตับ และถ้าเจ้าชะตาผู้ใดที่ดาวพฤหัสบดีสัมพันธ์ถึงจุดเจ้าชะตาหรืออยู่ในตำแหน่งที่ดีมากเกินไปร่างกายก็จะอ้วนท้วนสมบูรณ์"

            ถ้าผู้ใดที่มีดาวศุกร์เด่นก็จะมีผิวพรรณที่สวยงาม แต่ถ้าดาวศุกร์เสียก็จะส่งผลในทางตรงกันข้ามและหากจะเสริมสวยก็ต้องรอให้ดาวศุกร์อยู่ในตำแหน่งที่ดีก่อนค่อยเสริมความงาม นอกจากนี้ดาวศุกร์ยังหมายถึงหลอดเลือดดำ ไต ต่อมไร้ท่อ ต่อมไทรอยด์

            ดาวเสาร์เปรียบกับโครงสร้างที่แข็งแรง เช่น กระดูก ผิวหนัง ฟัน “จะพบบ่อยๆว่าเวลาที่ดาวอังคารมาเจอกับดาวเสาร์มักจะกระดูกหัก”

            ดาวมฤตยูหมายถึง การเกิดอย่างเฉียบพลัน เกี่ยวข้องกับอวัยวะที่เต้นเป็นจังหวะ เช่น หัวใจ ผู้ที่มีโรคหัวใจวายแบบเฉียบพลันจะมีดาวมฤตยูมามีบทบาทในดวงชะตาเสมอ ผู้เป็นโรคหัวใจมักมีดาวมฤตยูอยู่ในราศีสิงห์ แต่ถ้าดาวมฤตยูอยู่ราศีกุมภ์มักเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

            “ปัจจุบันดาวมฤตยูโคจรอยู่ในราศีกุมภ์ ดังนั้นโรคที่เกี่ยวข้องกับหัวใจจะเป็นมากขึ้น กำเริบมากขึ้น”

            ส่วนดาวเนปจูนส่งผลในด้านความเสื่อม อาทิเช่น ดาวอังคารเกี่ยวกับภูมิต้านทานในร่างกาย ดาวอังคารเด่นภูมิต้านทานก็ดี  แต่ถ้าดาวอังคารเจอกับดาวเนปจูน แปลว่า ภูมิต้านทานเริ่มแย่ลงแล้ว นอกจากนี้ดาวเนปจูนยังเป็นดาวแห่งความคลุมเครือ ตามโหราศาสตร์การแพทย์มักพบบ่อยว่าเป็นโรคที่วินิจฉัยยาก และปัจจุบันพวกติดเหล้า ยา บุหรี่ ได้รับอิทธิพลของดาวเนปจูนทั้งสิ้น

            ดาวพลูโต หมายถึง การทำลาย เช่น การติดเชื้ออย่างหนัก เป็นไข้ หายช้า ในเวลานาน

            ส่วนดาวทิพย์ของโหราศาสตร์ยูเรเนียน อาทิ ฮาเดส ก็หมายถึงโรคติดเชื้อทั้งหลาย ถ้าดาวศุกร์สัมพันธ์ถึงดาวฮาเดสระวังจะเป็นหมันหรือไร้สมรรถภาพ สำหรับเซอุสจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยารุนแรง ความดันโลหิตสูง และคิวปิโดจะเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ ถ้าไปสัมพันธ์กับดาวไม่ดีก็อาจแท้งบ่อย เป็นต้น

            นายแพทย์สนธยา อธิบายต่อไปว่า “ดาวในดวงชะตาใดที่สถิตในสถิรราศีมากหน่อย เวลาป่วยไม่ค่อยจะหายง่าย รักษายาก ถ้าดวงดาวสถิตในจรราศีหายก็หายเร็ว ตายก็ตายเลย และอุภยะราศี ค่อนข้างจะเอาแน่นอนไม่ได้ ต้องใช้ทักษะในการรักษา ส่วนขั้นต่อไปก็ต้องวิเคราะห์องค์ความรู้ทั้งหมดก็คือดูดาวจรและดูดวงกำเนิดว่ามีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง”

            โหราศาสตร์การแพทย์สามารถให้คำแนะนำในด้านการตรวจสุขภาพได้ว่า ควรจะตรวจจุดไหนเป็นสำคัญ เพราะถ้าตรวจสุขภาพทุกส่วนของร่างกายก็จะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูง สรุปว่าโหราศาสตร์การแพทย์ไม่ได้นำมาใช้นำหน้าการวินิจฉัยทางการแพทย์ แต่เป็นการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บเพื่อเสริมการแพทย์แผนปัจจุบัน

            ผู้สนใจติดตามอ่านโหราศาสตร์การแพทย์โดยคุณหมอสนธยาได้ที่เว็บไซด์ www.astrouranian.com ซึ่งจัดทำโดยอาจารย์ศุภลักษณ์ เชตตรีฤทธิ์ ในเว็บนี้มีเรื่องราวทางโหราศาสตร์ที่น่าสนใจไว้ให้อ่านมากมาย

ปารมีศ์ ศิวะ

คอลัมน์ศาสตร์แห่งดาว

หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

วันอังคารที่ 13 สิงหาคม 2545

____________________________