รำลึกถึง อัลเฟรด วิทเต้
บิดาแห่งโหราศาสตร์ยูเรเนียน

            เมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เป็นวันที่ท่านอัลเฟรด วิทเต้ ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งโหราศาสตร์ยูเรเนียน เสียชีวิตครบ 61 ปี และในวันเดียวกันนี้อาจารย์ศุภลักษณ์ เชตตรีฤทธิ์ และบรรดาโหราจารย์ได้ร่วมกันจัดงานรำลึกถึงปรมาจารย์ทางยูเรเนียนท่านนี้ และถือโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับครูบาอาจารย์ทางโหราศาสตร์ทุกแขนงที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมกับมีการบรรยายทางโหราศาสตร์ ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมงานและเก็บรายละเอียดมาฝากคุณผู้อ่านเช่นเคย

            ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับท่านอัลเฟรด วิทเต้ กันสักนิด

            ท่านอัลเฟรด วิทเต้ ชาวเยอรมัน เป็นโหราจารย์ที่เด่นมากที่สุดในเยอรมันต้นคริสศตวรรษที่ 20 เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนโหราศาสตร์ฮัมบรูก หรือ Hamburg School of Astrology (Uranian) ได้เขียนบทความทางโหราศาสตร์ไว้มากมาย และเป็นผู้เขียนคัมภีร์พระเคราะห์สนธิเป็นคนแรก นอกจากนี้ท่านยังเป็นนักคำนวณ และค้นคว้าเรื่องความสมดุลของเสียงดนตรีกับจักรวาล โดยพบว่า เรื่องของสี ตัวเลข เสียง จังหวะ(ดนตรี) มีความสัมพันธ์กัน

ไม่เว้นแม้กระทั่งคลื่นของดวงดาวต่างๆ หรือเทห์วัตถุที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ แตกมาจากดวงอาทิตย์หรือแตกออกมาจากดาวเคราะห์ต่างๆ ก็จะมีสสารเคมีและไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับโลกของเราด้วย หมายความว่า เมื่อฟ้าเป็นอย่างไร โลกเป็นอย่างนั้น...เมื่อฟ้าเป็นอย่างไร คนเราก็เป็นอย่างนั้น

และฟ้าก็ได้กำหนดให้ศาสตร์ยูเรเนียนต้องขาดตอน เพราะเมื่อสมัยฮิตเลอร์เป็นผู้นำได้สั่งให้ทำลายหนังสือตำราโหราศาสตร์ทั้งหมด ดังนั้น โหราศาสตร์ในเยอรมันก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ส่วนท่านวิทเต้ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2484 ต่อจากนั้นอีกครึ่งศตวรรษ ยูเรเนียนจึงได้เป็นที่ประจักษ์ว่าเป็นโหราศาสตร์อีกแขนงหนึ่งที่เชื่อถือได้

            นอกจากประวัติของท่านวิทเต้แล้ว อาจารย์ศุภลักษณ์ยังได้อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างโหราศาสตร์สากลกับโหราศาสตร์ไทยว่า โหราศาสตร์ทั้งสองประเภทมาจากรากฐานเดียวกัน ก็คือจากดาวดาวบนท้องฟ้าเช่นกัน แม้จะมีการพัฒนาแตกต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นศาสตร์ที่สูงส่งทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่านักโหราศาสตร์จะนำมาใช้อย่างไร

            “ผมอยากเห็นโหราศาสตร์ทุกแขนงประสานกัน ไม่อยากให้แบ่งแยก ผมเรียนมาทั้งสองอย่าง รู้ดีทั้งสองอย่าง และสามารถเอามาใช้ได้ดี ผมคิดว่าศาสตร์ทุกศาสตร์ต้องพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง หากหยุดเมื่อใดก็จะล้าหลังเมื่อนั้น อยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหันมาพัฒนาศาสตร์นั้นๆให้ดีขึ้นไม่ใช่เก็บรักษาของเก่าอย่างเดียว” ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือความปรารถนาของอาจารย์ศุภลักษณ์ที่อยากเห็นความก้าวหน้าของโหราศาสตร์

            ทางด้านอาจารย์จรัญ พิกุล ปรมาจารย์ทางด้านยูเรเนียนของไทย ก็ได้เล่าประสบการณ์ทางโหราศาสตร์ให้ฟังว่า “ที่ผ่านมามักถูกต่อว่า..ว่าทำไมถึงเรียนโหราศาสตร์สากล ทำไมไม่เรียนโหราศาสตร์ไทย แต่ที่จริงแล้วก่อนมาศึกษาโหราศาสตร์สากลก็ศึกษาโหราศาสตร์ไทยมาก่อน”

            อาจารย์จรัญ เล่าว่า สมัยเป็นหนุ่มก็มักจะคิดว่า คนเราตั้งใจทำสิ่งใดแล้วต้องได้สิ่งนั้น แต่ทำไปทำมากลับไม่ได้ดังใจ ก็สงสัยว่าเพราะอะไร...ทำไมถึงไม่ได้ ในช่วงนั้นก็เลยตระเวนไปหาหมอดูแถวสนามหลวง ได้รับคำทำนายว่าจะได้เป็นนักโหราศาสตร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคต

            จุดหันเหของชีวิตก็คือได้ไปสมัครเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ทองคำ ยิ้มกำภู และได้รับการถ่ายทอดโหราศาสตร์ภาคคำนวณ ก็คือต้องคำนวณดวงดาวบนท้องฟ้า ทำปฏิทินโหราศาสตร์ขึ้นใช้เอง ฯลฯ

            “อยู่มาวันหนึ่งถือเป็นวันพลิกชะตา คือไปเจอปฏิทินโหราศาสตร์สากลเข้าก็สนใจถึงกับอยากจะไปเรียนที่แหล่งของวิชา ก็เลยขายที่นาแล้วไปเรียนโหราศาสตร์สากลที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลา 2 ปี  ซึ่งชะตาผมมีดาวมฤตยู/อพอลลอนทำมุมกับวัลคานุส หมายความว่า บ้าโหราศาสตร์ตลอดชีวิต เวลาที่สนใจอะไรแล้วจะบ้าอยู่อย่างนั้น”

หลังจากกลับมาได้เปิดสถาบันพยากรณ์แห่งแรกในเมืองไทย และได้ศึกษาค้นคว้าวิชาโหราศาสตร์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ที่สำคัญก็คือเป็นผู้คิดระบบจานหมุน 2 ชั้นเป็นคนแรกในโลก

            อาจารย์จรัญฝากไว้ว่า “โหราศาสตร์ยูเรเนียน เปรียบเสมือนพจนานุกรมชีวิต ที่ในเล่มมีคำศัพท์นับหมื่นคำ แต่จะเป็นคำใดบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับดวงดาวในช่วงนั้น คำแต่ละคำก็จะมาร้อยเรียงผูกเป็นชีวิตของคนๆหนึ่ง ซึ่งสามารถอ่านได้ทุกเรื่อง ส่วนเคล็ดลับของนักโหราศาสตร์ก็คือจะต้องรู้ว่าควรพยากรณ์เวลาใด ไม่ควรพยากรณ์เวลาใด ถ้าเวลานั้นเจอกับดาวอุปสรรคหรือดาวขัดข้องก็อย่าเพิ่งทาย รอสัก 10-15 นาทีให้ดาวเหล่านั้นผ่านพ้นไปก่อน อีกประการหนึ่งต้องดูด้วยว่าชะตาผู้พยากรณ์ดวงดีหรือไม่ ถ้าดวงดีก็ทำนายได้เลย”

 

ปารมีศ์ ศิวะ

คอลัมน์ศาสตร์แห่งดาว

หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2545

 

________________________________