ประวัติศาสตร์โหราศาสตร์โลก

 

    หราศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อไรยังไม่มีใครทราบแต่ที่รู้แน่ก็คือว่าโหราศาสตร์และดาราศาสตร์มาด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ในตอนแรกมีการค้นพบเรื่องเกี่ยวกับโหราศาสตร์หรือความคิดเรื่องโหราศาสตร์
ซึ่งบ่งบอกว่าโลกเรานี้ก็มีเรื่องโหราศาสตร์ที่มีหลักฐานแน่ชัดมาตั้งแต่อย่างน้อย2600-2700ปี มาแลัวเมื่อมีการขุดค้นทางประวัติศาสตร์ที่เมืองนิเนเว(Nineveh)เมืองหลวงของซีเรียได้พบแผ่นอิฐ
(Cuneiforms)บันทึกทางประวัติศาสตร์ 4000  ชิ้น ซึ่งกล่าวถึงเรื่องของโหราศาสตร์แผ่นอิฐแต่ละแผ่นอธิบายถึงการศึกษาเรื่อง ดวงดาวรวบรวมไว้เป็น72 ตอนชิ้นส่วนทางประวัติศาสตร์
ได้เก็บให้ประชาชนในพิพิทพันธ์แห่งกรุงลอนดอนเรามาพูดถึงประเทศบาบิโลนเมืองหลวงของดาราศาสตร์และโหราศาสตร์
โหราศาสตร์รุ่งเรืองมากในยุคของชาว คาลเดียน ( Chaldeans ) พวกเขาสามารถคำนวณวงรอบของ Soras-Period ซึ่งมีเวลาระยะ 18ปีกับ11วันแทนที่จะคำนวนคราสของดวงอาทิตย์
และดวงจันทร์ถึงแม้ว่าช่วงนั้นก็มีความรู้เรื่องปีหนึ่งมี  365  วัน หลังจากระยะเวลา  2600-2700 ปีดังกล่าวเราก็ได้พบเอกสารโบราณเกี่ยวกับโหราศาสตร์ของอียิปหินที่ประดับหลุมศพของนักโหราศาสตร์ของอียิป  ฮอเคบ  เขาได้ทำดวงที่มีดาวหลายดวงไว้บนหินนั้นแม้ว่าในสมัยนั้นได้มีการผูกดวงขึ้นแล้ว  แต่การแบ่งองศายังไม่แบ่งเป็น360  องศา
เราต้องขอบคุณนักคำนวณที่ชื่อ  ฮิพซิเคิลส์ที่คำนวณเรื่องนี้ขึ้น   เขาได้เขียนเรื่องนี้ในหนังสือชื่ออนาฟอริโคส( ANAPHORIKOS )และนำออกเผยแพร่เมื่อประมาณ  2170  ปีก่อน
เรื่องจักรราศีที่เก่าแก่ที่สุดเป็นของอียิปที่ขุดค้นได้จากเมือง  เดนเดอรา ( Denderra)บนแผ่นหินที่ฝังไว้  จักรราศีวัดได้กว้าง 2 เมตร
ตั้งให้ชาวโลกดูที่พิพิทพันธ์ลูฟว์ในเมืองปารีสหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของโหราศาสตร์มาจาก  กรีกก็มากนักคำนวณและนักปรัชญาอ่านเรื่องราวจากดาวเหมือนกันแต่คนละเรื่องเดียว

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ของโหราศาสตร์

          เทเลส ( 624-544  ก่อนคริสตศตวรรษ) กล่าวว่าเขาได้คำนวณและใช้ความรู้ทางโหราศาสตร์ในฤดหนาว  ว่าจะมีการเกี่ยวผลมะกอกได้มากมายเขาได้ทำเงินได้จากการรับเช่าซื่อน้ำมันมะกอกในบริเวณนั้นในปีนั้น
         
ฮิปโปคราติส  ( 460-377 )  บิดาของการแพทย์  ได้กล่าวว่า"หมอที่รู้เรื่องโหราศาสตร์ควรจะเป็นคนโง่มากกว่าจะเป็นหมอ "
         
พลาโต  ( 427-347 )เป็นผู้ตรวจพบว่าเหตุการณ์ใหญ่ในโลกนี้จะเกี่ยวพันธ์กับการโคจรของดวงดาว
เบอรอสซอส  เป็นผู้ตั้งโรงเรียนสอนวิชาโหราศาสตร์ในเกาะโคส  ในราว 280 ปีก่อนคริสศตวรรษชาวเมืองเอเธนส์ได้ทำรูปปั้นของเขาที่มีลิ้นทำด้วยทองเพราะว่าคำทำนายของเขาพิสูจน์ว่าเป็นจริงเสมอ
         
ปะโตเลมี  ( 90-160 )  นักภูมิศาสตร์ , นักดาราศาสตร์  และนักโหราศาสตรเขาได้เขียนตำราที่สำคัญสองเล่ม ซึ่งบางส่วนในตำรานั้นได้ใช้ในประเทศเยอรมันในสมัยปัจจุบันตำราเล่มแรกคือ
ALMAGEST  มี 13 เล่ม  กล่าวถึงโลกในระบบของเขาและเทคนิคของโหราศาสตร ์ ตำราเล่มที่สองคือ  THE TETRABIBLOS  มี 4 เล่ม  กล่าวถึงพื้นฐานต่างๆของโหราศาสตร์การศึกษา
โหราศาสตร์ใน ซีเรีย , บาบิโลน , กรีก , และอียิปได้แพร่หลายอย่างดียิ่ง
        
  วาร์โร  ( 116-27 ) นักประวัติศาสตร์ของโรมันผู้มีชื่อเสียงและเป็นผู้เขียนสารานุกรมวิทยาศาสตร์ในบทที่กล่าวถึงดาราศาสตรเขาได้ยกย่องโหราศาสตร์ไว้ด้วยและทำให้ได้บทสรุป์ เรื่องของดวงถ้ารู้เวลา เกิดของคน  ก็จะสามารถรู้ชะตากรรมของคนนั้นได้และ เรื่องนี้เองที่เราเอามาศึกษาในเรื่องการปรับเมอริเดี่ยน ผลจากการขยายดินแดนของพระเจ้า  คาร์ล มหาราชโหราศาสตร์เป็นที่รู้จักกันในเยอรมันนี  ลุควิก เดอ พิอุส  เป็นนักโหราศาสตร์ในเวลานั้นได้มีบันทึกไว้ว่าเหล่าเจ้าชายทุกพระองค์ต่างก็มีนักโหราศาสตร์ประจำตัว  ในยุค  SACHSENSPIEGELได้มีกฎหมายลงโทษ  นักมายากล  พ่อมด  แม่มด โดยลงโทษให้เผาทั้งเป็นจนตายแต่นักโหราศาสตร์ไม่ได้รวมกับพวกเหล่านั้นวิชาโหราศาสตร์ไม่ได้เป็นของต้องห้ามในศาสนจักรมาเลย  นอกจากบางครั้งช่วงสั้น ๆ ไม่มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่เป็นปรปักษ์กับโหราศาสตร์แต่ก็กันอยู่ว่ามีโป๊ปหลายองค ์ที่เรียนโหราศาสตร ตามที่เรารู้มานักโหราศาสตร์ชาวเยอรมันคนแรกคือ  ALBERTUS MAGNUS ท่านเป็นคนโดมินิกันอยู่ในเมืองรับการเป็นบิชอพ  แห่ง  รีเซนเบิรก  จาก  โป๊ป  ท่านได้กล่าวไว้ว่า"อย่างที่ทำให้เกิด  ภาวะนิสัย  ความสามารถของธรรมชาตเหตุต่าง ๆต้องเกิดจากพลังจากสวรรค์           "นิโคลัส  โคเปอนิคัส ( 1473-1543 )  และนักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ค ทีโค เบรฮ ์ ทั้งสองเป็นศาสตราจารย์อยู่ในเมืองโคเปนเฮเก้นและทั้งสองก็เป็นนักโหราศาสตร์ด้วยเคพเลอร์ ( 1571-1630 )  ผู้ปรับปรุงวิชาดาราศาสตร์ใหม่และตั้งกฎของดาวต่าง ๆก็เป็นนักโหราศาสตร์เช่นกันศาสตร์  เขาได้ผูกต่างถึง  800  ดวง  รวมทั้วดวงของนายพล  Wellensteinเขากล่าวว่าดาวพระเคราะห์ดวงเดียวไม่สามารถจะมีอิทธิพลได้พอแต่ถ้ามีดาวพระเคราะหตั้งแต่สองดวงขึ้นไปจะมีอิทธิพลพอเขาได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับโหราศาสตร์ไว้หลายเล่ม หนึ่งในหนังสือเหล่านี้ได้กล่าวถึงผู้ที่ไม่เชื่อในโหราศาสตร์หรือต่อต้านโหราศาสตร์  หนังสือเล่มนี้ได้ตีพิมพ์ในปี 1610ในเมืองแฟรงค์ เฟิรท
         
( พ.ศ.  2143 ) จูเสียส  พาพฟ์  เป็นครูสอนโหราศาสตร์ชั้นสูง คนสุดท้ายในเยอรมัน เขาสอนที่  REAL INSTITUTE.ใน  ERLANGEN  จนกระทั่งปี  1835 โหราศาสตร์ได้รับการกระตุ้นจากท่าน  ALFRED  WITTE  ( ยูเรเนี่ยน )ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง  ดาวเข้ารูป  ( พระเคราะห์สนธิ )  และสิ่งต่าง ๆในระบบยูเรเนี่ยนที่ท่านได้ค้นคว้าได้เป็นสิ่งใหม่ของโหราศาสตร์ในยุคนี้โหราศาสตร์เป็นของต้องห้ามในเยอรมันระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองนักโหราศาสตร์หลายคนต้องถูกจองจำ  หลังจากสงครามได้มีการสนับสนุนอย่างมากจากท่านคาร์ล กุสตาฟ จุงนักจิตวิทยาผู้มีชื่อเสียง  และเป็นผู้ศึกษาโหราศาสตร์และรู้คุณของโหราศาสตร ์จากการที่ได้ค้นคว้าและสอนโหราศาสตรนักโหราศาสตร์อังกฤษมีความก้าวหน้าที่สุด
(พ.ศ. 2528 )  ได้มีการตั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขึ้นที่อังกฤษ  HANS , JUERGEN , EYSENCK ,THEODOR LANDSCHEIDT  รวมทั้ง   MICHEL  และ  FRANCOISE  GAUQUELINได้ทำการค้นคว้าต่อไปผลจากการค้นคว้าของท่านเหล่านี้ทำให้สักวันหนึ่งโหราศาสตร์คงจะมีที่ยืนอยู่ในสังคมเต็มภาคภูมสำนักต่าง ๆของโหราศาสตร์หลายสำนักได้ออกประกาศร่วมกันในเรื่องหลักของโหราศาสตร์


  แปลจาก  HAND  BOOK  OF  HAMBURG SCHOOL