![]() |
|
โหราศาสตร์วิชาที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ชาติ เป็นวิชาที่ศึกษาในเรื่องของร่างกาย , จิตใจวิญญาณการศึกษาว่าด้วยการความเกี่ยวพันธ์และเวลาของสิ่งต่าง (คน,ของ,สถานที่,ฯลฯ) ในระบบสุริยะของเรา โหราศาสตร์เป็นแขนงความรู้เดียวที่ทำให้เราสามารถรู้ความเคลื่อนไหวของดาวเคราะห์และจุดข้อมูลของโหราศาสตร์ ๆ ได้แม่นยำและความรู้นี้ช่วยในการทำให้มนุษย์ชาติอยู่ได้อย่างสบายในสิ่งแวดล้อมทั่วไป เวลาเริ่มเกิดเหตุเป็นเวลาที่สำคัญยิ่งสำหรับนักโหราศาสตร์ ในเรื่องของชีวิตเวลาเกิด ( ตกฟาก ) เป็นเวลาสำคัญรูปดาว ( ดวง ) ในขณะนั้นจะสะท้อนให้เห็นว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร
การทำนายของโหราศาสตร์มีพื้นฐานจากการเปลี่ยนแปลงของรูปดาวดังกล่าวเพราะดาวเคราะห์โคจรไม่เหมือนกัน ใช้เวลาไม่เท่ากัน ( PETTERN) รูปดาวจึงเปลี่ยนไป
สิ่งที่เห็นได้ชัด , โดยไม่มีการปรุงแต่ง , คือสิ่งต่าง ๆ ในโลกที่มีผลกระทบจากจักรวาล ( เช่น ฤดูต่างๆ , น้ำขึ้นน้ำลง ) แต่ยังมีหลายอย่างที่ยังมีคำอธิบายไม่พอเพียง โหราศาสตร์ให้คำทำนายได้แต่อธิบายไม่ได้พอเพียง
ในเรื่องที่เป็นพิเศษมักจะมีคำถามที่ซับซ้อน (เช่นในเรื่องจิตวิทยา) มีหลายทางหลายสำนักในเรื่องโหราศาสตร์ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันอยู่ มีหลายความคิดเห็นที่เกิดจากประสบการณ์ของนักโหราศาสตร์เอง เป็นที่เข้าใจว่าเป็นความจำเป็นที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และผลสรุปของนักโหราศาสตร์และเอามาเปรียบเทียบและให้วิทยาศาสตร์ ช่วยทดสอบ เพราะเหตุนี้โหราศาสตร์จึงต้องนำไปก่อนและให้วิทยาศาสตร์และแขนงวิชาพิเศษช่วยทดสอบ
ดวง,รูปดาวในเวลาเกิด,ดวงกำเนิด ( Horoscope , Cosmogram , Birth Chart ) เป็นรูปภาพที่บอกว่าดาวอยู่ไหน , ราศี , เรือนอยู่อย่างไรเมื่อเวลาที่คนคนหนึ่งเกิด ดวงจะบอกรูปดาว ณ ที่เกิดว่าจะเห็นรูปดาวอย่างไร เพราะอย่างไร ดวงต้องทำแบบเอาโลกเป็นศูนย์กลาง มองสู่ท้องฟ้า ราศี , นักโหราศาสตร์ต้องรู้ ราศีเริ่มจากจุดเมษ ราศีเมษเป็นราศีแรกของราศี 12 ราศี นักโหราศาสตร์รู้มาแล้วจุดเมษนี้คนโบราณใช้มานานแล้วและใช้เป็นราศีคงที่โดยสังเกตจากดาวฤกษ์ที่อยู่ไกลโพ้น ไม่เหมือนกับราศีนักษัตร จากประสบการณ์หลายพันปีมาแล้ว ทำให้การคำนวณดาวเคราะห์ว่าอยู่ในราศีอะไรทำให้นักโหราศาสตร์ทำนายได้แม่นยำ การเคลื่อนที่ของจุดเมษตามราศีนักษัตรพ้องกับการเปลี่ยน ยุค ของโลกนี้ ระยะเวลาการเดินของราศีจนจบราศีและยกเข้าราศีต่อไปคือ 26,000 ปี เรียกว่าปีพลาโทนิค ( PLATONIC WORLD YEAR )
คำทำนายของโหราศาสตร์ต้องอยู่บนพื้นฐานของการคำนวณที่แม่นยำ คำทำนายจะอยู่ตามรูปดาวและสามารถดูได้หลายแง่ เช่น คนสามารถเขียนรูปสามเหลี่ยมได้ในหลายแบบ แต่ถึงอย่างไรก็ตามความไม่เหมือนกับสี่เหลี่ยมก็ยังมี เพราะเหตุนี้ รูปดาวต้องมีความเป็นเฉพาะตัวแต่จะขัดกับความเป็นไปไม่ได้ จะต้องระวังความแตกต่างระหว่างความเป็นไปได้และความจริงแท้ เราพบว่าความขัดแย้งระหว่างวิญญาณอิสสระของเรากับโชคชะตา รูปดาวของเราก็เป็นโครงสร้างแต่การพัฒนาเป็นเรื่องอิสสระของเรา ( ความคิด , วิญญาณ ) การพิจารณาแบบนี้ทำให้เรามีกรอบการทำนายดีขึ้น ไม่มีใครจะบอกได้ว่าใครคนหนึ่งจะมีความฉลาดเท่าไร เราจะบอกได้ว่าใครคนนั้นมีโครงสร้างอย่างไร ในกรณีย์ความฉลาดรอบรู้ ไม่ว่าฉลาดตามทฤษฎีหรือตามประสบการณ์ ถ้าทำนายจะบอกไม่ได้แน่ชัด แต่จะบอกได้ในรูปของโครงสร้างพร้อมทั้งคำอธิบาย คำอธิบายที่จะมีได้หลายแบบ คำทำนายต้องอยู่ภายในกรอบของสถานะขณะนั้น เช่น บ้านของพ่อแม่( แหล่งกำเนิด ),สังคม , การเมือง , หรือการสัณนิฐานอย่างอื่น ๆ ความหมายของดวงกำเนิดคือบอกให้เราเข้าใจตัวเอง , รู้ตัวเอง , รู้จุดแข็งจุดอ่อนของเรา ความรู้นี้บอกตั้งแต่เกิดจนถึงตาย เป็นเสมือนแผนที่ชีวิตที่เราใช้พัฒนาชีวิตเรา การศึกษา ,จะทำอะไรเพราะฉะนั้นการทำนายต้องทำอย่างจริงจังและถูกต้องที่สุด สามคมโหราศาสตร์ศึกษา สหภาพโหราศาสตร์แห่งเยอรมันนี
เอ.วี. สหภาพสำนักโหราศาสตร์ เอ.วี. ( CAA ) Cosmobiosophical Company
E.V. |
หลักการของโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน