จานหมุน 90 องศาเริ่มมาจากหลายทางหลายสายและจากผู้รู้หลายท่าน ในศตวรรษที่ 20 ตามหลักฐานที่ผู้เขียนค้นคว้ามา ปรากฎว่านักโหราศาสตร์จากสำนักแฮมเบิร์กเป็นผู้นำมาใช้เป็นพวกแรก พวกโหราศาสตร์ที่สอนบทเรียนยูเรเนี่ยนเป็นพวกแรกที่พยายามพัฒนาขึ้นมารวมทั้งท่าน Alfred Witte. Ludwig Rudolph ศิษย์เอกของท่าน Witte ก็ใช้จานหมุน 90 องศาในการพิจารณาดวงในทางโหราศาสตร์ รวมทั้งนักโหราศาสตร์คอสโม (Cosmobiology Rueinhold Ebertin)ของท่าน อีเบอร์ติน การใช้จานหมุน 90 องศานี้เริ่มมาตั้งแต่สมัยของท่าน Witte, Rudolph, Ebertin แต่มาแพร่หลายมากในสมัย ท่านRudolph และ Ebertin ในเวลาต่อมา พื้นฐานของจานหมุน 90 องศาความจริงไม่ยุ่งยากตามที่สับสนกันตั้งแต่แรก พื้นฐานของจานหมุน 90 องศาอยู่ตรงที่ความถูกต้องพ้องกันของการแบ่งเป็น 4 ส่วน เราเอา 360 องศามาแบ่งเป็น 4 ส่วน 360/4=90 องศา ในทางโหราศาสตร์ถือว่ามุม 90 องศา หรือ 1/4 ของ 360 องศา และมุม 90 องศานี้ก็เข้ากันไดกับโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม(โหราศาสตร์คลาสสิค) และเท่ากับมีอิทธิพลเป็น มุมทับ(0), มุมฉาก,จตุโกณ (90,270), และมุมเล็ง (180) และมีอิทธิพลแรงมากต่อกันระหว่างจุดทั้งสองที่ทำมุม 90 องศาต่อกัน มุม 90 องศานี้ นักโหราศาสตร์แบบดั้งเดิม(คลาสสิค)ถือว่าเป็นมุม เสีย, มีอิทธิพลทางต่อต้านหรือความไม่ราบรื่นต่อจุดทั้งสองที่ทำมุม 90 องศาต่อกัน สำนักแฮมเบิร์ก และต่อมา สำนัก อีเบอร์ติน และนักโหราศาสตร์ยูเรเนี่ยน ต่างก็ประกาศว่ามุม 90 องศาเป็นมุมที่มีอิทธิพลแรงมาก(ดีกฦ็ได้เสียก็ได้) และโดยเฉพาะเกี่ยวกับบุคคล ว่า จะราบรื่นอย่างไร การออกคำทำนายว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาอย่างจากทำมุมที่กล่าวแล้ว การพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว จานหมุน 90 องศาได้พัฒนาเพื่อ 1.
สะดวกและง่ายที่จะเห็นจุดที่ทำมุม
90 และ 180
องศาต่อกัน พิจารณาจานหมุน 90 องศา ให้เอามุม 360 องศา แบ่งเป็น 4 ส่วน ส่วนที่แบ่งมาแล้วก็เอามาทับกัน เริ่มใหม่ที่ 0 หรือทุก 90 องศา ดังรูปข้างล่างนี้
โปรดสังเกต
4
ส่วนนี้ต้องเริ่มที่
0,90,180,270 ในสมัยก่อนๆเมื่อนักโหราศาสตร์ผูกดวง 90 องศา นักโหราศาสตร์แฮมเบิร์ก,อีเบอร์ติน และ ยูเรเนี่ยน ต้องพิจารณาแบบตารางข้างบนแต่สมัยนี้ไม่มีความจำเป็นแล้วเพราะคอมพิวเตอร์ทำให้หมดเรียบร้อย มาตอนนี้ เรารู้แล้วว่าจานหมุน 90 องศามาจากพื้นฐานอะไร ถ้ายังไม่เข้าใจโปรดพิจารณาใหม่จากเริ่มต้นอีกครั้ง และพิจารณาทำมุมต่างๆที่กล่าวมาแล้วว่า 90 องศา หมายถึง 1/4 ส่วนของ 360 องศา และเท่ากับองศาราศีของโหราศาสตร์ดั้งเดิม
ข้อได้เปรียบของจานหมุน 90 องศา
ช่วงนี้มาพิจารณาว่าจานหมุน
90
องศาทำให้มองเห็นมุม
45
องศาต่างๆได้ชัดคือ
45 องศา, 135 องศา, 225
องศา, 315 องศา
แต่จะไม่ใช่ทำนองของโหราศาสตร์ดั้งเดิมที่เอามาจาก
ปโตเลมี
เพราะของปโตเลมีมักจะใช้มุม
30
องศาเป็นเท่าๆและเกี่ยวกับจำนวนองศาของราศี
จานหมุน 90 องศาจะบ่งบอกถึงมุมเท่าของ 45 องศา(8th harmonic) พิจารณาง่ายทั้งดวงกำเนิด ดวงโค้งสุริยาตร์ ดวงจร เมื่อปัจจัยต่างๆทำมุมเพียงสังเกตก็แลเห็น
ศูนย์รังสี ศูนย์รังสี 90 องศา(4th harmonic) อยู่ที่ 90 ในจานหมุนนี้ โดยนับปัจจัยจากซ้ายและขวา(ข้างละ 45) ดังรูปซ้ายมือเมื่อองศาเท่ากันก็เป็นศูนย์รังสีต่อกัน ภายในวงกลมของจานหมุน ตัวเลข 45 องศา - 90 องศา อาจจะทำให้คุณสับสนได้ ตัวเลขแถวใหม่นี้ใช้สำหรับการพิจารณาโค้งสุริยาตรที่ผ่านอายุ 45 ปีแล้ว จานหมุนนี้ใช้หา ศูนย์รังสีและการพิจารณาโค้งสุริยาตรด้วย โค้งสุริยาตร มีทั้ง v1 และ v2(ซ้าย ขวา)
การพัฒนาจานหมุน 90 องศา สำหรับ โหราศาสตร์ระบบศูนย์รังสี (MIDPOINT ASTROLOGY) การพัฒนานี้ทำให้มีรายละเอียดขึ้นอีก แต่ว่าไม่ยากถ้าคุณเคยชินในการใช้จานหมุน 90 องศามาก่อน นักโหราศาสตร์ของสำนัก Hamburg School รวมทั้ง Ludwig Rudolph และ Ruth Brummund ได้ศึกษาว่า มุม 16 เท่าใน(ครึ่งหนึ่งมุม 45 องศาคือ 22.5 องศา) 360 องศาก็มีความสำคัญมากทั้งในดวงกำเนิด,ดวงโค้งสุริยาตรและดวงจรด้วย คือ มุมเป็นเท่าของ 22.5 องศา ในเหตุการณ์สำคัญมุมนี้มักจะทำงานเสมอ ในโหราศาสตร์ดั้งเดิมการคำนวณมุม 22.5 องศานี้ค่อนข้างสับสนนิดหน่อย แต่ในจานหมุน 90 องศาการพิจารณามุม 22.5 องศานี้ง่ายมาก จะปรากฎชัดที่ 22.5 องศานับจากตัวศรชี้ที่ 90 ทั้งซ้ายและขวา(จาน 90 มีแกน 90-45ม และแกน 22.5-67.5) แกน 22.5-67.5 นี้หมายถึง 22.5 องศา, 67.5 องศา, 112.5 องศา, 157.5 องศา, 202.5 องศาและ 247.5 องศา คุณสังเกตรูปข้างนี้ได้ว่า มุมเหล่านี้จะอยูในจุด 22.5-67.5 หรือ 1/4 และ 3/4 ในจานหมุน 90 องศา(ในแถวข้างบน จะมี " v " หมายถึงทางซ้ายและขวา ของตัวชี้จานหมุน)
และมุม 22.5 องศานี้ ถ้านักโหราศาสตร์ที่ใช้มุมนี้ ก็เอาตัวชี้ชี้ที่22.5 องศา(ทางซ้างและขวาของตัวชี้) ก็เห็นหรือพิจารณาศูนย์รังสีของมุม 22.5 องศาที่เกี่ยวของกับแกนมุม 90 องศาที่พิจารณามาก่อน ถ้าคุ้ยเคยกับจานหมุน 90 องศาแล้วแทบจะไม่ต้องหมุนจานเลยเมื่อจะดูศูนย์รังของแกนมุม 22.5 องศ มุม 22.5 องศานนักโหราศาสตร์รุ่นใหม่ใช้กันแพร่หลาย เช่น ท่าน Ruth Brummundี้ (ในเมืองไทยก็มีผู้ใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ) ซานฟรานซิสโก, 3 กันยายน 2544
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||