(1) พิจารณาคำถาม - ควรตั้งคำถามแบบง่าย ๆ โดยให้เหลือคำตอบว่า ได้ หรือ ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคำถามแบบ ต้องการให้เลือก อาจจะทำให้การดูดวงกาลชะตาได้ยากยิ่งขึ้น

          (2) ตอบหลาย ๆ คำถามก็ยังได้ - แต่ควรจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่แยกเป็นหลายคำถามโดยมีคำถามหลักเป็นประธานอยู่แล้ว

          (3) ตัวแทนของคำถาม - สิ่งแรกในการดูดวงกาลชะตาคือ หาตัวแทนของคำถาม คือ คำถามเป็นเรื่องของภพใดใน 12 ภพ ถ้าใช้ภพผิดคำถามก็จะผิดไปด้วย. (อันนี้สำคัญ ต้องจำความหมายของ 12 ภพให้ดี)

          (4) ผู้ถาม - (Querent) มักต้องถูกแทนด้วยภพที่ 1 เสมอ ดาวใด ๆ ในภพนี้จะบรรยายภาพลักษณ์ของผู้ถาม เช่น - อังคารและเสาร์ในภพอุทัย (ลัคนา) ในรัศมี 7 องศาครึ่ง อาจจะยืนยันคำตอบว่า "ไม่" และในทางกลับกัน ถ้าเป็นดาวศุกร์ กับ ดาวพฤหัส อาจจะยืนยันคำตอบหรือแสดงว่า "ได้". (แต่จะต้องพิจารณาดวงอื่น ๆ ด้วยจึงจะตอบว่า "ได้".)
          แต่ระวัง ราศีอุทัย (ลัคนา) ุถ้าเป็นราศีเมษ, พิจิก, มังกร, พฤษภ, ตุลย์ และ ธนู และมีดาวที่ตอบว่าได้ เช่นดาวศุกร์ ดาวพฤหัส

          (5) ผู้อื่นในคำถาม - ถ้าคำถามนั้นเป็นคำถามที่เกี่ยวกับอีกบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะเมื่อถามถึงชื่อบุคคล บุลคลที่เอ่ยชื่อนั้น จะต้องแทนด้วยภพที่ 7 ( เช่น นายแดง ควรจะทำงานที่ถูกเสนอมาดีมั้ย? นายแดงจะต้องถูกแทนด้วยภพ 7 หรือเจ้าเรือนภพ 7 และดาวใด ๆ มาอยู่ในภพ 7 แต่ ถ้าพาดพิงไปถึงบุคคลใดโดยระบุถึง "การมีความสัมพันธ์" กันในลักษณะใดก็ตามก็ควรเลือกหาตัวแทนของภพนั้น เช่นถามว่าลูกสาวของฉันจะได้ทำงานเมื่อใด ในที่นี้ก็ต้องใช้ภพที่ 5 )

          (6) คำตอบว่า "ได้" หรือ "ไม่ได้" อาจจะพิจารณาได้ดังนี้ - ถ้าเจ้าเรือนลัคนา (ผู้ถาม) ทำมุม 90 องศา และ 180 องศา กับเจ้าเรือนที่เป็นภพของผู้ถาม หรือตัวแทนของผู้ถาม คำตอบที่ได้คือ "ไม่" ถ้าทำมุม 60 หรือ 120 องศากัน คำตอบคือ "ได้" ถ้ากุมกับอาทิตย์ , ศุกร์ , พฤหัส , จันทร์ , และพุธ คำตอบมักอาจจะเป็นไปในทางดี แต่ถ้ากุมอังคาร , เสาร์ , พลูโต , มฤตยู คำตอบมักจะเป็นไปในทางร้าย ส่วนมุม 150 องศา (มุมอริ) แสดงผลว่า สถานการณ์อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปก่อนที่จะเกิดคำถามนั้น ๆ ขึ้น.
(และให้มุมสัมพันธ์ที่สำคัญ ๆ เท่านั้นคือ มุมกุมกัน มุม 60 , 90 , 120 , 150 , 180 องศา)

          (7) กำลังเข้าไปทำมุมกัน - (Applying) มุมสัมพันธ์ในแบบ "กำลังจะเข้าไปทำมุมกัน" ใช้ได้ตั้งแต่ 0-29 องศา จนกระทั้งดาวดวงใดดวงหนึ่งโคจรพ้นไปจากราศีหนึ่งที่สถิตอยู่ มุมสัมพันธ์นั้นจึงจะหมดฤทธิ์ไป (ระยะวังกะไม่มีใช้ในดวงการชะตา)
          ส่วนมุมสัมพันธ์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว อาจจะบ่งชี้ว่า เหตุการณ์นั้น ๆ ได้เกิดขึ้นมาก่อนที่จะมีการตั้งคำถามขึ้น.

          (8) ดวงจันทร์ - ดวงจันทร์ในดวงกาลชะตาถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนเจ้าเรือนร่วมของตัวคำถามที่ถูกถามขึ้น (Co-ruler)  และเพื่อใช้ยืนยันคำตอบที่ได้รับการพิจารณาจากดวงต่าง ๆ แต่จันทร์จะใช้มาเป็นตัวพิจารณาหาคำตอบกับแบบเดียวกับการดูตำแหน่งดาวนั้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์ ยังเป็นตัวสำคัญในการพิจารณาทุกครั้งของดวงกาลชะตา

การถ่ายทอดแสงของจันทร์ :-
          ดวงจันทร์ยังเป็นตัวถ่ายทอดแสงและรวบรวมจากดาวหนึ่งไปอีกดาวหนึ่ง  แล้วทำให้เกิดการเลื่อนไหลของมุมสัมพันธ์ (Flowing aspects) ไปยังดาวสองดวงนั้น  ก็จะเป็นการยืนยันคำตอบว่า " ได้ " แต่ถ้ามุมสัมพันธ์ไม่ดีต่อกันในระหว่างดาวทั้งสอง คำตอบก็คือไม่

          ตัวอย่างเช่น - จันทร์ราศีเมษ 6 องศา ทำมุม 60 องศากับดาวอังคารราศีสิงห์ 11 องศาและจุกุมพุธที่ราศีเมษ 16 องศา ถือว่า จันทร์นำแสงไปยังดาวพุธ ทั้ง ๆ ที่อังคารไม่มีอะไรกับดาวพุธ คือไม่มีมุมถึงกันเลย.

          (9) ราศีพิจิก - ถ้ามาเกี่ยวข้อง ให้ใช้ดาวอังคารเป็นเจ้าเรือน อย่าใช้ดาวพลูโตเพราะโคจรช้าเกินไป
          ส่วนราศีกุมภ์ - ใช้ดาวมฤตยู และ ราศีมีนใช้ดาวเนปจูน แต่บางท่านอาจจะใช้ดาวพฤหัสก็สุดแล้วแต่จะพิจารณาเอาเอง

          (10) ดาวพักร์ - ดาวพักร์ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ถ้าดาวที่เป็นตัวแทนของปัญหาใด  ๆ กำลังพักร์ จะมีความหมายบ่งชี้ว่า ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะล่าช้าออกไป กฎข้อนี้ยังใช้ได้กับภพที่ถูกอมราศีหรือกั้นกลาง.

          (11) ดาวสลับตำแหน่งกัน - จะเสริมแรงคำตอบในแง่บวก เช่น ดาวอังคารในราศีพฤษภและศุกร์ในราศีเมษ (ราศีของอังคาร) เป็นตัวแทนของผู้ถาม ควรตอบว่า " ได้ " แต่ถ้ามีปัจจัยอื่น ๆ มายืนยันด้วยยิ่งดี.

          (12) ดาวตำแหน่งอุจจ์ - ถือว่ามีกำลังแรง ส่วนเป็นนิจจะมีผลในทางบวกน้อยไป ดาวอุจจ์ คือ จันทร์ราศีพฤษภ , อาทิตย์ราศีเมษ , ศุกร์ราศีมีน , พฤหัสราศีกรกฎ , อังคารราศีมังกร , พุธราศีกันย์ , เสาร์ราศีตุลย์ , ราหูราศีพิจิก.

          (13) กฎโบราณ - ถือว่าถ้ามีดาวโคจรพ้นไปจากราศีนั้น  ก่อนที่จะทำมุมสัมพัันธ์กันก็ถือว่ามิได้ทำให้เกิดผลขึ้นแต่อย่างใด  แต่บางสำนักเห็นว่าไม่เป็นความจริง ตัวอย่างเช่นถ้าจันทร์ราศีเมษ 10 องศาและกำลังจะทำมุมฉากกับดาวพุธราศีกรกฎ 29 องศา ก็ยังถือได้ว่าทำมุมต่อกันอยู่ ทั้ง ๆ ที่ดาวพุธจะเคลื่อนเข้าสู่ราศีสิงห์แล้ว.

          (14) ราศีอุทัย (ลัคนา) ในช่วง 0-3 , และ 27-29 องศา ไม่ว่าราศีใดตำราโบราณ ห้ามการทำนาย
          0-3 องศา - ตำราโบราณถือว่าไม่แน่นอน สับสน อาจจะเป็นคำถามถูกถามเร็วก่อนเวลาอันควร แต่การค้นคว้าปัจจุบันพบว่า ยังพอจะนำไปทายได้.
          27-29 องศา - อาจจะได้แก่การตัดสินถูกกระทำเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว หรือคำถามถูกตอบไปแล้ว เอามาทายได้ยาก ... แต่การค้นคว้าใหม่สมัยนี้พบว่ายังพอจะนำไปพิจารณาทายได้.
          V O C หรือมุมสัมพันธ์ที่ขาดตอน หรือมุมสุดท้ายก่อนจันทร์ยกเข้าราศีใหม่ ช่วงนี้โบราณสังเกตว่าห้ามมิให้ตอบคำถามใด ๆ แต่ตำราปัจจุบันว่ายังพอทายได้ แต่อย่าไปคาดหวังกับผลที่จะออกมามากนัก

          (15) อาณาเขตในช่วง 15 องศาราศีตุลย์ถึง 15 องศาราศีพิจิก (เรียกกันว่า Viacombusta) ตำราเก่า ๆ ห้ามทายเมื่อจันทร์ หรือลัคนามาอยู่ช่วงนี้ (15 ตุลย์ - 15 พิจิก) แต่ตำราสมัยใหม่ว่ายังไม่ห้ามแต่คอยสังเกตว่าจะทายดีหรือไม่ดี เพราะบางทีอาจจะหาคำตอบยาก ดังนั้นเป็นหน้าที่ของนักโหราศาสตร์จะพิจารณาเองเองก็แล้วกัน.

          (16) ถ้าเห็นดาวเสาร์อยู่ในภพที่ 7 - ของดวงกาลชะตาใด ๆ ก็ตาม ให้ตรวจสอบให้ดี เช่น อาจจะคำนวณผิด ถ้าใช้คอมพิวเตอร์อาจจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น หรือทำอะไรไม่ถูกต้อง บางทีเจอปัญหาขึ้นมาแก่นักพยากรณ์ และทำให้การพยากร์อาจจะผิพลาดไปได้ ดังนั้นทางที่ดีควรระวังไว้เสมอ อย่าเผลอรีบทำนายลงไป. เพราะดาวเสาร์ภพ 7 อาจจะหมายถึงดาวผู้พยากรณ์ไม่ดีก็ได้

          สรุป - สรุปแล้วกฎโบราณเหล่านี้ อาจจะยังมีประโยชน์อยู่มากในกรณีที่นักโหราศาตร์ไม่สามารถค้นหาคำตอบออกมาได้  ไม่ว่าจุดอุทัยจะอยู่ต้นราศี  ปลายราศี  ฯลฯ อาจจะเป็นดวงกาลชะตาที่หาคำตอบได้ยาก  หรือคำถามยังมิได้ก่อรูปก่อร่างขึ้นมาอย่างเต็มที่ในใจของผู้ถามขอให้นักโหราศาสตร์ตัดสินพิจารณาเอาเองก็แล้วกัน.

จบสรุปกฎเกณฑ์กาลชะตาเพียงแค่นี้

          V O C  พิเศษ - เรื่องภาวะว่างขาดตอนของจันทร์ (MOON Void of course) หรือเรียกว่า " จังหวะสัมพันธ์ที่ขาดตอนของดวงจันทร์ในราศี "
          ในขณะที่ดวงจันทร์โคจรในราศีต่าง ๆ ตามปกติย่อมจะทำมุมต่าง ๆ กับดาวอื่น ๆ และจะต้องมีดาวเคราะห์ดวงสุดท้ายที่รอเวลาดวงจันทร์โคจรมาทำมุม (มุมสำคัญ ๆ เช่นกุมภ์เล็ง 90 120 หรือ 60) และต่อจากนั้นจะไม่ทำมุมกับดาวอะไรเลยจนพ้นราศีไปสู่ราศีใหม่  กรณีเช่นนี้เรียกกันว่า  ดวงจันทร์จะอยู่ในภาวะว่าง คือไม่ทำมุมดาวอะไรจนกว่าจะยกขึ้นราศีใหม่
          อิทธิพลจันทร์ทำมุมขาดตอน - ไม่ควรตัดสินใจใด ๆ ในขณะจันทร์อยู่ในภาวะว่างทำมุมเพราะอาจจะไม่ก่อให้เกิดผลดีใด ๆ ทั้งสิ้น อาทิเช่นการตัดสินใจงานสำคัญ ๆ การซื้อขาย อาจจะก่อให้เกิดการเสียหายขึ้นได้.
          เวลาตรวจดู " มุมสัมพันธ์ประจำวัน " ในปฏิทินโหรราฟาเอล ควรดูคู่กับดวงจันทร์ยกย้ายราศีต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย  จะได้หาจังหวะดวงจันทร์ขาดตอนการทำมุมได้ง่าย ตัวอย่างเช่น - วันจันทร์ ที่ 28 ตุลาคม 2539
          ดวงจันทร์ 90 องศาดาวอังคาร เวลา 18.44 น.
          ดวงจันทร์ยกเข้าสู่ราศีใหม่คือราศีเมถุน เวลา 20.35 น.
          ดังนั้น ภาวะขาดตอนของจันทร์ก็คือในช่วง 18.45 น. ถึง 20.35 น.

บันทึกเมื่อ  23  ตุลาคม  2539
    จรัญ  พิกุล           

          สรุป -  ความหมายเรือนชะตาต่าง ๆ ในดวงกาลชะตา
          ทั่ว ๆ ไป - ความหมายของภพหรือ "เรือนชะตา" ต่าง ๆ ในดวงกาลชะตามีความสำคัญมากเพื่อช่วยไขปริศนาตอบปัญหาต่าง ๆ ที่ผู้ถามตั้งขึ้นขึ้นมา ดังนั้นต้องเลือกเรื่องต่าง ๆ ให้เข้ากับความหมายของเรือนชะตา และข้อสำคัญควรจำไว้ว่า แต่ละเรือนชะตา  ยังสามารถตั้งเป็น 12 เรือนชะตาได้อีก รวมแล้วทั้งหมดจึงมี 144 เรือนชะตา

  • เรือนที่ 1 - ภพนี้ใช้แทนผู้ถาม  ตอบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ  สถานการณ์  อุบัติเหตุจิตใจ  รูปแบบ  ภูมิธรรมของผู้ถาม  อาทิเช่น  -การบ่งชี้ถึงภาวะจิตใจของผู้ถาม  จะดูได้ว่ามีดาวอะไรเข้ามาอยู่ในภพที่ 1 นี้  ถ้ามีดาวอังคารหรือดาวมฤตยูในภพหรือเรือนชะตาที่ 1 นี้อาจจะหมายถึงความปั่นปวนร้อนใจ  ความโกรธ  ความฉุนเฉียว  (ของผู้ถาม)  ถ้ามีดาวจันทร์และเนปจูนหมายถึงความสีบสน  หงุดหงิด  บางครั้งก็หมายถึงภาวะที่ต้องทำให้หลั่งน้ำตา  และถ้ามีดาวศุกร์หรือดาวพฤหัสหมายถึงความสงบเย็น  แสดงถึงความผาสุขของจิตใจ  แต่ถ้าเป็นดาวเสาร์หมายถึงความกังวล,  ถ้าตั้งภพอื่นๆ  เป็นภพที่ 1 ภพนี้จะหมายถึงเรื่องอื่นๆ  ได้อีกเช่นปุ่ย่าตายาย, บุตรคนที่ 5  ของคู่ครองคนที่ 4 . ความเจ็บป่วยของศัตรูการเดินทางของลูกหลาน  เพื่อนของพี่น้อง ฯลฯ.

  • เรือนที่ 2  - คำถามใดๆที่เกี่ยวกับการเงิน  ความมั่งคั่ง  ความสามารถในการหาเงินได้หรือเส้นในการทำมาหากิน  รุ่งหรือร่วง  ทรัพย์สิ่งของที่เคลื่อนที่ได้  และการครอบครองวัตถุเรือนที่ 2 นี้จึงใช้ดูเกี่ยวกับของหาย  เช่นดาวเจ้าเรือนภพที่ 2 อยู่ในเรือนมุมที่ 4 (ภพที่ 1-4-7-10) อาจจะแสดงถึงของที่หายยังอยู่ในบ้านเป็นต้น.  สรุปแล้วยังหมายถึงการให้กู้เงิน,  กำไร  ขาดทุน,เงินที่ใช้เก็งกำไร,ธุรกิจของเด็กๆของเพื่อน,ศัตรูส่วนตัวของพี่น้อง พี่ชาย หรือพี่สาวคนแรก, ความตายของภรรยาหรือสามี  หรือของคู่ครอง  หวานใจและศัตรูสาธารณะ  (เพราะเป็นภพที่ 8  ของภพที่ 7).

  • เรือนที่ 3  - ตอบคำถามเกี่ยวกับการศึกษาในชั้นประถม  โรงเรียน  ชุมชน  รถยนต์  การเดินทางระยะสั้นๆ เพื่อนบ้าน การช๊อปปิ้ง  จดหมาย  การโต้ตอบ หนังสือ  สื่อมวลชนก็ใช้เรือนที่ 3 เป็นตัวแทนได้  หมายถึงลูกของเพื่อน  การทำสัญญา  การทดสอบ  ข่าวลือ  ศัตรุส่วนตัวของพ่อ  การเดินทางไกลของคู่รักสามีภรรยา  ความฝัน  ลัทธินิกาย  (เพราะเป็นภพที่ 9 ของภพที่ 7 ธุรกิจการค่าของคนใช้  ฯลฯ.

  • เรือนที่ 4  - หรือภพที่ 4 นี้เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน  อสังหาริมทรัพย์  และพ่อแม่  (โดยเฉพาะแม่) การปรับปรุงบ้านใหม่  และหมายถึงเรื่องจากภพอื่นๆ  ที่ตั้งเป็นภพใหม่ขึ้นอาทิเช่น  ที่ซ่อนสมบัติ,บ้านเช่า,สิ่งของคนตาย,ความเจ็บป่วยของเพื่อน,ธุรกิจการค้าของสามี, และยังหมานถึง "เป็นตัวแทนผลที่ปรากฎขึ้นจากภพที่ 1 หรือบางกรณีสิ่งที่จะนำไปผิดทาง"

  • เรือนที่ 4 จากเรือนต่าง ๆ - ยังมีความสำคัญในการตั้งเรือนต่าง ๆ เป็นเรือนที่ 4  จะบอกผลลัพธ์หรือการจบลงเอยของเหตุการณ์ที่ถูกถาม นับเรือนที่ 4 จากเรือนใด ๆ ก็ตาม จะแสดงถึงผลลัพธ์การจบลงเอยสรุปผลของเรื่องที่ถูกถาม อาทิเช่น เรือนที่ 4 โดยนับจากเรือนที่ 7 (การแต่งงาน)  จะได้แก่เรือนที่ 10 แสดงให้เห็นถึงผลของความสัมพันธ์จะลงเอยในลักษณะแบบใดสรุปแล้วเรือนที่ 4 ยังหมายถึงภพของห้องคัรว , อาหาร การปรุงอาหาร โฮเต็ล ทรัพย์สินที่เคลื่อนที่ไม่ได้

  • เรือนที่ 5 - เป็นภพหรือเรือนชะตาแห่งการเกี้ยวพาราสี เด็ก ๆ การพนัน การเก็งกำไรและความบันเทิงทุกชนิด การกีฬา  ล๊อตเตอรี่  ดนตรี  เกมส์  การสร้างสรรค์และตอบคำถามเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ เป็นภพ 2 จากภพ 4 จึงหมายถึงรายได้ที่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์  และเป็นความหมายของตลาดหุ้น  และเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ และใช้ตอบปัญหาอันเนื่องมาจากการยื่นเรื่องราวขออนุญาตตั้งกิจการต่อเจ้าหน้าที่ (ถ้าดูล๊อตเตอรี่ - ดูกับจุดองค์ลาภ (จันทร์ + ลัคนา - อาทิตย์) มีมุมดีกับเจ้าเรือนภพที่ 1 และจันทร์ จะได้ผลดีมีหวัง).

  • เรือนที่ 6 - ใช้ตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพ (เช่นเดียวกับเรือนที่ 1)  บอกชนิดของความเจ็บป่วย  ลูกจ้าง  คนใช้  ผู้เช่า  ผู้ร่วมงาน  เอเย่นต์จัดหางาน  การเปลี่ยนงาน  สัตว์เล็ก ๆ สัตว์เลี้ยง  เสื้อผ้า  ลมฟ้าอากาศ  ร้านค้า  อาหาร  นักโภชนาการ  น้าชาย  น้าหญิง  การตายของเพื่อน  การเดินทางสั้น ๆ ของพี่น้องชายหญิง ฯลฯ.

  • เรือนที่ 7 - ตอบคำถามที่เกี่ยวกับการแต่งงาน  คดีความ  ความเป็นหุ้นส่วน  (ทั้งในทางธุรกิจและส่วนตัว)  ความเป็นปรปักษ์กัน  นักกฎหมาย  และแพทย์  การเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวบุตรคนที่ 2 หลานชายหลานสาว  ขโมย  ฆาตกร  ผู้กระทำผิดทุกชนิด  และคำถามที่เกี่ยวกับคนระบุถึงโดยใช้ชื่อ  บางตำราหมายถึงจิตรกร  ถ้ามีดาวมฤตยู  ดาวเสาร์  อังคารหรือจันทร์ในตำแหน่งเสียในเรือนที่ 7 นี้อาจจะบอกการแต่งงานที่ประสบโชคร้าย.

  • เรือนที่ 8 - คำถามเกี่ยวกับภาษี  การผ่าตัด  ทรัพย์สินของคู่ครอง  หุ้นส่วน  มรดก  การประกับภัย  ความตาย  พินัยกรรม  สิ่งของและเงินของผู้อื่น  เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคาดหวังเรื่องเงินจากผู้อื่น  ให้หาคำตอบได้จากเรือนที่  8  นี้.

  • เรือนที่ 9 - เกี่ยวข้องกับการเดินทางไกล (ทั้งทางเวลาและระยะทาง) การโฆษณา  การประชาสัมพันธ์  วิสัยทัศน์  ความฝัน  กิจกรรมของสงฆ์  และการแสดงความเห็น  เรือนที่ 9 คือ ศาล เป็นพี่เขย  น้องเขย  พี่สะใภ้  น้องสะใภ้  หลาน ๆ  เครื่องบิน  เรือ  อวกาศ  ชาวต่างประเทศ  ถิ่นไกล  วิทยาลัย  มหาวิทยาลัย  สถาบันการศึกษาชั้นสูง  ตำรับตำรา  ฯลฯ.

  • เรือนที่ 10 - ตอบคำถามที่เกี่ยวกับอาชีพ  ธุรกิจ  นายจ้าง  สถานะ  ชื่อเสียง  เกียรติยศ  และการยอมรับของสาธารณชน  คุณพ่อ  การดำเนินงานของศาล  พ่อเลี้ยง  แม่เลี้ยง  และใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสาธารณชน

  • เรือนที่ 11 - เกี่ยวกับเพื่อน  ความคุ้นเคย  ลูกเลี้ยง  รายได้จากธุรกิจ  (ภพที่ 2 จากภพ 10) องค์กร  สโมสร  ถามเรื่องความร่วมมือกัน  สัมคมและเป้าหมาย  ความคาดหวัง  ปรารถนา  ดูเกี่ยวกับการคดโกง  ทุจริต  ฯลฯ.

  • เรือนที่ 12 - เกี่ยวข้องกับอดีต  เช่นถ้ามีดาวในเรือน  12  นี้แสดงว่าเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นไปแล้ว  ก่อนที่จะมีการตั้งคำถาม  เกี่ยวกับศัตรู  ความผิดหวัง  โครงการลับ  ความเศร้าโศก  สถาบัน  โรงพยาบาล  คุก  ที่จำกัดทุกรูปแบบ  สุขภาพของหุ้นส่วนหรือคู่ครอง  สวนสัตว์  เรื่อง ฉาวโฉ่  คุนลุง  คุณป้า  การหลับ  การเดินละเมอ  เรื่องยา  ผู้ค้ายา  การข่มเหงรังแก  เจตนาร้าย  อัตวินิบาตกรรม  การลอบสังหาร  การกบฎทรยศ  ปศุสัตว์ขนาดใหญ่  ความตายของลูก

อาจารย์จรัญ   พิกุล