การคุมกำเนิดและการปฏิสนธิ
และเลือกเพศบุตร
โดยใช้เทคนิคทางโหราศาสตร์

รวบรวมโดย  ศ.เชตตรีฤทธิ์

 

 

โหราศาสตร์สามารถกำหนดการปฏิสนธิได้หรือ? การเลือกเพศทารกที่จะเกิดมาโดยช่วงเวลาของดาวจันทร์จรอยู่ในราศีได้หรือไม่? ผู้หญิงรู้หรือไม่ว่าวงรอบของการตกไข่ในรอบเดือนหรือไม่? ความเข้าใจในวงรอบของดาวจันทร์ที่ทำให้เราหาช่วงเวลาสำหรับการคุมกำเนิดได้หรือไม่? การกำหนดการกำเนิดเพื่อไม่ให้เกิดผลร้ายแก่ทารกโดยใช้เทคนิคทางโหราศาสตร์ทำได้หรือไม่?

ตามรายงานการค้นคว้าของ Dr. Eugene Jonas  นักจิตวิทยาและนรีเวชวิทยา  ตอบคำถามดังกล่าวข้างบนว่า ได้  ความจริง ในการทดลองกับสตรี 10,000 คน  Dr. Jonas ได้พบว่าการปฏิสนธิกับการกำนดทางโหราศาสตร์เชื่อถือได้ถึง 97 %  การค้นนี้เป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่มากในศตวรรษนี้  โดยเฉพาะเกี่ยวกับสตรี  เรานักโหราศาสตร์รู้อย่างดีว่าวงรอบของจันทร์มีความหมายแก่มนุษย์แค่ไหน  แต่คนทั่วไปรู้หรือเปล่า?

Dr.Jonas เริ่มการค้นคว้าเรื่องนี้ในปี 2499  และผลของการค้นคว้าบังเอิญไปตรงกับการบันทึกโบราณของชนชาติบาบิโลเนียนที่บันทึกไว้ว่า :สตรีจะตกไข่ในเสี้ยวที่แน่นอนของดวงจันทร์เท่านั้น  แต่โชคของเราไม่ดีนัก เพราะนักโหราศาสตร์บาบิโลเนี่ยนไม่ได้ให้เหตุผลเอาไว้  เสี้ยวไหนของจันทร์ (วันพระมี 4 วัน = 4 เสี้ยว  ในวงรอบหนึ่งอมาวสี)  แต่ Dr. Jonas ก็ไม่ท้อถอย  ในเวลานั้นประเทศฮังการีก็มีกฎหมายทำแท้งได้  Dr.Jonas เป็นชาวคาธอลิกท่านย่อมต่อต้านการทำแท้งแน่นอน  ท่านมีความเป็นห่วงเห็นใจในความรู้สึกของคนไข้ของท่านในเรื่องนี้อย่างยิ่ง  ท่านได้ค้นคว้าเรื่องนี้เพื่อจะเป็นการคุมกำเนิดประชากร  ท่านได้ศึกษาการปฏิสนธิของสตรีในทางโหราศาสตร์ผ่านทางชิ้นส่วนที่บันทึกความรู้ทางโหราศาสตร์ที่เกี่ยวกับการคุมกำเนิดในโบราณ

ท่าน Jonas  ได้ค้นคว้าทดลองอย่างเป็นระบบ และเพราะว่าท่านเป็นนายแพทย์ ท่าน Jonas เป็นหนึ่งใน  นักโหราศาสตร์วิทยาศาสตร์  ที่เรียกตัวเองว่า “ Cosmobiologist” นักโหราศาสตร์วิทยาศาสตร์จะศึกษาค้นคว้าเรื่องอิทธิพลของ ฟ้า  ดาวพระเคราะห์ ฯลฯ ที่มีต่อสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลาย  และเพราะว่าคนเหล่ามีความรู้ในทางแพทย์และเป็นนักวิทยาศาสตร์  ดังนั้นการค้นคว้าและผลของการค้นคว้าจึงพยายามจะออกมาเป็นวิชาการและพยายามจะไม่ให้เป็นเรื่องงมงายหรือเอาโหราศาสตร์มาอ้าง  ในปัจจุบันนี้ นักโหราศาสตร์วิทยาศาสตร์  ท่าน Ebertin เขียนไว้ว่า นักโหราศาสตร์ส่วนมากมักจะไม่กล้าที่จะค้นหาหลักการแบบวิทยาศาสตร์  โดยเฉพาะหลักการทางสถิติ Cosmobiology ได้ศึกษาเรื่องอิทธิพลดังกล่าวในทุกรูปแบบเพื่อได้ผลแม่นยำ ท่าน Jonas ยังได้ศึกษาไปถึงความเกี่ยวข้องกับจุดดับของดวงอาทิตย์ด้วยว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตของคนเราอย่างไร  ท่าน Jonas ศึกษาวิชา ดาราศาสตร์และโหราศาสตร์ด้วย   ท่านศึกษาว่านักโหราศาสตร์รุ่นโบราณเช่น  Hippcrates  และ  Kepler ก็ได้ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอิทธิพลของเสี้ยวจันทร์ข้างขึ้นแลข้างแรมที่มีต่อวงรอบการปฏิสนธิของสตรี 

หลังจากได้ศึกษาเศษชิ้นส่วนของการบันทึกของบาบิโลน Jonas เริ่มงานทันทีโดย โดยผูกดวงขึ้นตามแบบโหราศาสตร์(cosmograms) และศึกษาเปรียบเทียบกับดวงหลายๆดวง หาสถิติ แบบของดวงแบบต่างๆ  หลายสัปดาห์ต่อมาท่านก็ได้ตั้ง สมมติฐานสำหรับการพิจารณาเพศและตัวอ่อนที่จะเกิดมา  และสมมติฐานนี้ต้องคำนวณอย่างถูกต้องด้วย :

1. เวลาที่สตรีจะมีปฏิสนธิขึ้นอยู่กับวงรอบของการที่ อาทิตย์จร ทำมุมกับ จันทร์จร  เท่ากับ อาทิตย์กำเนิด ทำมุมกันกับ จันทร์กำเนิด

2. เพศของทารกขึ้นอยู่กับจันทร์จร ณ เวลาปฏิสนธิ

3. การทำมุมของดาวเคราะห์มีผลต่อตัวอ่อนในครรภ์

ดังนั้น เรื่องนี้เป็นไปตามธรรมชาติ  แน่นอน  ไม่ต้องใช้ยาคุมกำเนิด  เรามาพิจารณา กฎข้อที่ 1

1. ง่ายๆ ถ้าสตรีนั้นเกิดในช่วง จันทร์เพ็ญ สตรีนั้นก็จะมีปฏิสนธิได้ในช่วง จันทร์เพ็ญเสมอ  และถ้าสตรีนั้นเกิดในช่วงที่ อาทิตย์ ทำมุม 60 องศาถึง จันทร์ ก็เป็นช่วง 5 วันต่อจาก วันจันทร์เพ็ญ  สตรีผู้นั้นก็จะมีปฏิสนธิได้ทุกครั้งที่  อาทิตย์  ทำมุม 60 องศาถึง  จันทร์  ทั้งข้างหน้า(โยคหน้า)และข้างหลัง(โยคหลัง)(ให้พิจารณารอบดือนของสตรีผู้นั้นด้วย)  การที่จะรู้ว่า อาทิตย์  ทำมุมอะไรถึง จันทร์  เรื่องนี้ท่านควรให้นักโหราศาสตร์แท้(ผูกดวงถูกต้องไม่ใช่อย่างคร่าวๆ)  ท่านต้องให้ข้อมูลกำเนิดที่ถูกต้องมี วันที่  เดือน  ปี  เวลา  สถานที่เกิด(สันรุ้งเส้นแวง) ท่านจะได้ดวงที่ผูกและมีองศาต่างๆ(เดี๋ยวนี้การผูกดวงโดยคอมพิวเตอร์ได้ดีและร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ)

ตามหลักของระบบของ Jonas สตรีจะเข้าสู่วงจรของการปฏิสนธิ 2 วันก่อนที่การทำมุมของ  อาทิตย์และจันทร์ จร ทำมุมเท่ากับ อาทิตย์และจันทร์ กำเนิด ดังนั้น ถ้าสตรีผู้นั้นต้องการคุมกำเนิดโดยใช้หลักการของวิชาโหราศาสตร์  จะต้องงดเว้นการร่วมเพศ 36 ชม.และ 12 ชม.หลังจากองศา ของอาทิตย์จรและจันทร์จร ผ่านจุดที่กำหนดไว้ 

การตกไข่ของสตรีขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนของวงรอบประจำเดือนซึ่งได้รับอิทธิพลของดวงจันทร์และความเครียด  สุขภาพหรือปัจจัยอื่นๆ  พูดถึงวงรอบของดวงจันทร์  ค่อนข้างจะคงที่ปีหนึ่งจะทำมุมกับดวงอาทิตย์เท่ากับการทำมุมในดวงกำเนิดประมาณ 12-13 ครั้ง  ถ้าวงรอบของดวงจันทร์และวงรอบของประจำเดือนจะสมคล้อยกัน  สตรีผู้นั้นจะมีโอกาสจะมีปฏิสนธิได้ 2 ครั้งต่อเดือน  และมีโอกาสจะมีปฏิสนธิหรือไม่ต้องการก็ได้  ได้มีการค้นคว้าวงรอบทั้งสองวงรอบ โดย Dr.Kurt Rechnitz โดยได้พื้นฐานของ Dr.Jonas  ท่านอ้างว่าผลจากการค้นคว้าเชื่อถือได้ถึง  98 %  และท่าน Kurt กล่าวว่าถึงว่าถ้าให้ได้ผล 100 % ก็ต้องเทอร์โมมิเตอร์ตรวจวัดการตกไข่ของช่องคลอดด้วย

นักโหราศาสตร์ชาวออสเตรีย Francesca Naish ยืนยันว่าถ้าวงรอบของการตกไข่ไม่สมคล้อยกับวงรองของดวงจันทร์  การตกไข่ก็ยังมี  แต่กระนั้น การคุมกำเนิดก็ยังทำได้โดยการไม่ร่วมเพศในระยะที่อาทิตย์จรทำมุดวงจันทร์จรเท่ากับในดวงกำเนิด

จากกฎทั้งสามกฎนี้  กฎที่ 2 ปฏิบัติตามได้ง่ายที่สุดตามความเห็นของนักโหราศาสตร์  สร้างเป็นกฎง่ายๆว่า : การตั้งครรภ์ในช่วงที่ดวงจันทร์โคจรในอยู่ราศี ชาย หรือ หยาง (ราศีธาตุไฟและราศีธาตุลม) จะมีบุตรเป็นเพศชาย  หรือการตั้งครรภ์ในช่วงที่ดวงจันทร์โคจรอยู่ในราศี หญิง หรือ หยิง(ราศีธาตุดินและราศีธาตุน้ำ)บุตรจะเป็นเพศหญิง  ดวงจันทร์จะย้ายราศีทุกๆ สองวันครึ่ง  เข้ากันได้กับวงรอบของดวงจันทร์(กฎข้อที่1) กำหนดให้ดวงจันทร์โคจรอยู่ในราศีที่ต้องการซึ่งเกิดได้ในหลายๆเดือน ปฏิทินดาว(สายนะ)ของโหราศาสตร์จะบอกว่าขณะใดที่ดวงจันทร์ย้ายราศีเข้าราศีใหม่ และในขณะนั้นไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะกำหนด ควรห่างจากช่วงนั้นสักหน่อย Dr.Balogh ชาวออสเตรียซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอียิปต์โบราณกล่าวว่า Dr.Jonas ได้ความคิดนี้มาจากทฤษฎีของท่านซึ่งได้ค้นคว้ามาจากการศึกษาเรื่องของอียิปต์โบราณอย่างน้อยก็  5000 ปี

เรารู้ว่าการเลือกเพศของทารกของ ท่าน Jonas มาแล้ว  แต่ไม่ใครรู้ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น  ท่าน Naish  ผู้เชียวชาญในเรื่องนี้กล่าวว่า สนามแม่เหล็กโลกมีอิทธิพลต่อเสี้ยวของดวงจันทร์และเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีการแบ่งเพศของสะเปิม และเมื่อดวงจันทร์โคจรผ่านราศีต่างๆ ความเป็นกรดเป็นด่างจะเปลี่ยนแปลงภายในมดลูกของสตรีและจะมีอิทธิพลต่อสะเปิมด้วย

ท่าน H.L.Cornell เจ้าของ สารานุกรมโหราศาสตร์การแพทย์(Medical Encyclopedia of Astrology) ซึ่งนักโหราศาสตร์ที่สนใจในเรื่องโหราศาสตร์การแพทย์จำเป็นต้องมี กล่าวว่า : ดาวบนท้องฟ้าเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะพิจารณานิสัยใจคอของคนเรา  พิจารณาวิเคราะห์โรคภัย  ซึ่งดูจากภายนอกบอกไม่ได้ แต่บอกได้จากดวงกำเนิด

ท่าน Jonas  ทำการค้นคว้าและวิเคราะห์อย่างหนักถึงความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ เมื่อท่านมาถึงจุดสรุป ท่านได้ส่งรายงานผลของการค้นคว้าและสรุปไปให้ Hungarian Academy of Science and the Czech Academy  และท่านยังค้นคว้าต่อไป  ทั้งๆที่ไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากองค์กรต่างๆ  ต่อมา Dr.Aurel ได้มาร่วมพิสูจน์กฎข้อที่ 1 เรื่องทำนายเพศของลูกในครรภ์ ผลออกมาว่ามีความถูกต้อง  83 %  และให้ละเอียดทางโหราศาสตร์ใช้(ดาว)เทคนิคมากหน่อยก็มีผลถึง 98 %  

 x

หลังข่าวแพร่สะพัดในเรื่องการเลือกของทารกได้ มีจดหมายหลั่งไหลมา ออสเตรีย  เชคโคสะโลวาเกีย เยอรมันทั้งตะวันออกและตก จากสตรีที่มีหวังว่าจะตั้งครรภ์โดยสามารถเลือกเพศบุตรได้  หรือไม่ก็ต้องการคุมกำเนิดโดยวิธีของท่าน Jonas   มีการผูกดวงและพิจารณาดวงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างไร ท่าน Jonas เริ่มมีชื่อเสียงต้องเดินทางเพื่อปาถกถาในเรื่องนี้  หนังสือตีพิมพ์เรื่องของท่าน สาธารณชนสนใจเป็นที่ยิ่ง  ทางการคัดค้านเรื่องนี้และบอกว่าไม่มีหลักการ

โหราศาสตร์จะเกี่ยวพันกับโรคภัยการเจ็บป่วยหรือไม่? ท่าน Jonas เก็บตัวอยู่ในฮังการี ค้นคว้าต่อไปในเรื่องที่ทางการบอกว่าไม่มีหลักการ ท่านได้เขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ การพิจารณาการเลือกเพศในบุตรของคุณ  และได้แปลเป็นภาษา 6 ภาษา ถึงอย่างนั้นก็ตามก็ไม่มีใครสนับสนุนเรื่องงบประมาณการค้นคว้า  แต่ผลจากค้นคว้ายังคนสนใจตลอดมา  เรานักโหราศาสตร์ก็เป็นเรื่องน่าพิเคราะห์ นะครับ