![]() |
|
โหราศาสตร์ Cosmobiology เป็นแขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ระหว่าง อิทธิพลของจังหวะและอิทธิพลของดวงดาวที่มีผลกระทบกับพฤติกรรมของมนุษย์ เกี่ยวกับแนวโน้มต่าง ๆ นิสัย และโชคชะตา และยังเกี่ยวข้องไปถึงการค้นคว้าศึกษาถึงอิทธิพลต่าง ๆ ดังกล่าวแล้วไปถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในโลกนี้ด้วย ด้วยความมานะศึกษาของ Cosmobiology ได้ใช้วิทยาศาสตร์ปัจจุบันในการค้นคว้า เช่นวิชาสถิติ การวิจัย รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์เข้าช่วย สิ่งที่กล่าวมาแล้วเป็นตัวกระตุ้นอย่างไรก็ตามวิทยาศาสตร์เป็นตัวสำคัญ ใน Cosmobiology ไม่ใช่การอุปมาอุปมัยในเรื่องจักรวาลและจุดจักรวาลแต่อย่างเดียวเท่านั้น คำว่า Cosmobiology ได้ใช้โดยนายแพทย์ชาวออสเตรีย ดร.ฟีโรห์ และ ต่อมานักสถิติชาวสวิสส์ เค.อีง.คราฟท์ ที่เอาโหราศาสตร์มาเป็นแขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ และจากนั้นคำว่า Cosmobiology ก็เป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะ 40 ปีมานี้ (1940 ห้าหกปีมาแล้ว) และก็มีการเปลี่ยนแปลงจากโหราศาสตร์ดั้งเดิมมาก ถึงแม้ว่า Cosmobiology จะบอกถึงนิสัยใจคอและปรัชญาของเจ้าชะตา แต่อย่าลืมว่าดวงกำเนิดของเจ้าชะตาเราคำนึงข้อมูลดวงดาวและจุดเจ้าชะตาที่คำนวนขึ้นตามหลักการของโหราศาสตร์ แล้วออกคำทำนายความเป็นไปของชีวิตของเจ้าชะตาและโดยคำนึงถึงลักษณะของเจ้าชะตาจริงมาประกอบด้วย ( เช่น ประวัติการเจ็บป่วย พ่อแม่ สิ่งแวดล้อม พี่น้อง เติบโตขึ้นมาอย่างไร ศาสตร์ที่นับถือ กริยาและศีลธรรม ฯลฯ ) เรื่องที่กล่าวแล้วนี้เป็นเรื่องที่นักโหราศาสตร์เอามาทำนายและนำมาแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้เจ้าชะตาและโดยใช้ระบบของ Cosmobiology นักโหราศาสตร์จะได้เอาประวัติการเจ็บป่วย ปรัชญา ของเจ้าชะตามาใช้ได้และเกิดความแน่นอน นักโหราศาสตร์ซึ่งต้องพิจารณาดวงชะตากำเนิดของลูกค้าควรจะต้องรู้เรื่องปรัชญาของ Cosmobiology ดังที่กล่าวมาแล้ว และต้องใช้ความรู้เรื่องการแพทย์บ้าง จะได้ออกคำทำนายให้แก่ลูกค้า ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ก็มีอยู่ในดวงกำเนิดและความเป็นอยู่ของเจ้าชะตาปัจจุบันด้วย โชคชะตาหรือพรหมลิขิตของกลุ่มคน ชาติ ฯลฯ ถ้านักโหราศาสตร์ที่ชอบพิจารณาเหตุการณ์สำคัญย้อนหลัง จะเห็นว่ารูปดาว ณ เวลานั้น ๆ จะมีอิทธิพลอย่างชัดเจน ลองศึกษาเรื่องดาว มฤตยูและพลูโตย้อนหลังไป 350 ปี โดย ท่าน ไรน์โฮลด์ อีเบอติน ท่านกล่าวว่า เมื่อ ก่อนที่ดาวมฤตยูมีอิทธิพลถึงดาวพลูโต (ทำมุมกัน) ประมาณ 3 ปี จะมีการปฏิวัติใหญ่และจะเกิดขึ้นเมื่อการทำมุมของดาวทั้งสองทำมุมพอดี และจากนั้นก็มีเปลี่ยนแปลงในโลกมาก เช่น มีการเซ็นต์สัญญาสงบศึก (ค.ศ. 1597/98 , 1648 . 1709/10 . 1792/93 . 1852 . 1901 . 1964/65) ตามการทำมุมของดาวทั้งสอง นี้เป็นหลักฐานว่ามนุษย์จำนวนมากต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลการทำมุมของดาวทั้งสอง ดาวเคราะห์และส่วนผสมของแร่ธาตุ แอล โดลิสโค ได้เริ่มค้นคว้าในเรื่องผลที่ปรากฎว่าแร่ธาตุต่าง ๆ เพียงเล็กน้อย (เงิน , ทองคำ , ปรอท , แคลเซี่ยม ฯลฯ) ที่เกี่ยวข้องกับพืชและการเติบโต และในการทดลองก็ตามด้วยการทดลองต่อมาว่ามีผลเพราะ สุริยะคราสและจันทร์คราส และการทำมุมกันของดาวต่าง ๆ ต่างก็มีผลต่อพืชและการเปลี่ยนแปลงต่อแร่ธาตุต่าง ๆ และการทดลองดังกล่าวบริษัทผลิตยาก็ทำตาม (โดยเฉพาะในเรื่องวิทยาเป็นต้นเริ่มต้น) ในนิตยสาร " Cosmobiology " ที่ท่านวิศวะ เฮอร์มาน แจคเคอ ได้ถึงการทดลองในวงกว้างที่ท่านได้กระทำต่อ เม็ดพึชและการงอกของเมล็ดพืช ท่านได้พิสูจน์ว่าการงอกของเมล็ดพืชจะมีผลมากภายใต้การทำมุมของดวงดาวต่าง ๆ ว่ามีทางบวกบ้างและลบบ้าง และยังผลต่อการเจริญเติบโตและขนาดและความแข็งแรงของพืชด้วย ท่านศาสดาจารย์ จาคอบ และศิษย์ ได้ทดลอง เอา เมล็ดพืช เชื้อหมัก และผิวหนัง วางไว้ในบรรยากาสของรังษีดาวต่าง ๆ ได้ผลเช่น เมล็ดข้าวบาร์เล่ ที่ตากแสงรังษีของดาวต่าง ๆ ณ ความสูงเหนือทะเล 30000 เมตร เป็นเวลา 65 ชัวโมง ห่อหุ้มด้วยวัตถุกันแสงและยังเอาแผ่นพิเศษ ผลที่ได้ออกมาคือ
การทดลองอย่างอื่นอาทิ ไข่ของปูทะเล เอาไปตากแสงดาวต่าง ๆ ภายใต้ข้อกำหนดความสูงตั้งแต่ 15-20000 เมตรเหนือน้ำทะเล อิทธิพลรังสีของดาวต่าง ๆ ทำให้
การทดลองทางภาคพื้นดินในบรรยากาศที่ไม่มีรังสีของดาว(ระดับ) สรุปผลปรากฏว่าสิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยอาศัยระดับรังสีแตกต่างของสิ่งแวดล้อม เมื่อปริมาณของรังสีดาวต่ำกว่ามากจากที่เคยได้รับสิ่งมีชีวิตจะได้รับผลอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการขยายตัวของเซลล์จะหยุดลง นี่แสดงว่ารังสีของดาวมีผลต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายและจะมีผลต่อชีวิตตัวย ดวงชะตากำเนิดของคนเรา การทำนายดวงกำเนิดของคนเราตามอิทธิพลของดวงดาวสมารถสืบสาวไปถึงในสมัยบาบิโลนและอัสซีเรียน แต่โหราจารย์จะทำนายให้แก่กษัตริย์เท่านั้นเกี่ยวกับพรหมลิขิตในอนาคต และเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามการโคจรของดวงดาว และทำนายโดยภาพรวมเสียมากกว่า เช่นตัวอย่าง ที่อ่านได้จากคิวนิฟอม (อิฐที่จารึก) จากบาบิโล: " เมื่อดวงจันทร์ เล็ง ดวงอาทิตย์ ในวันที่ 14 ตามปฏิทินจันทรคติ กษัตรย์จะมีอำนาจครอบคลุมทั้งอาณาจักร์ " หรืออีกตัวอย่าง : " เมื่อวันอมาวสีในวันที่ 14 ของ Sivan (ระหว่างพฤษภาคมและมิถุนายน) และเมื่อลมที่ครั้งที่ 4 (ลมตะวันออก) พัดมา ศัตรูจะขึ้นครองราช และความตายจะตามมา " " เมื่อช่วงอมาวสีจะมีพระจันทร์ทรงกลดสีขาว กษัตริย์จะได้อำนาจกลับคืนและได้แผ่ขยายไปทั่วดินแดน " ในยุคกลาง การผูกดวงของคนแพร่หลายทั่วไปไม่เฉพาะชนชั้นกษัตรย์ แต่บรรดาคนสำคัญชั้นสูงก็นิยมกัน เช่น พระผู้ใหญ่ โป๊ป ชนชั้นสูงของวงการเมือง พวกเศรษฐี แต่หนทางการผูกดวงคนทั่วไปจริง ๆ นั้นยังอยู่อีกนาน รังสีของดาวที่มีผลต่อการรักษาพยาบาล นายแพทย์อเมริกันคนหนึ่ง ซึ่งเขียนเรื่อง " อิทธิพลของพระจันทร์ ที่มีต่อวงรอบของการอักเสบของริดสีดวงทวาร " ท่านได้ส่งเกตุระยะเวลาของการมีเลือดออกมากผิดปกติของริดสีดวงทวารเป็นที่กำหนดได้ พยาบาลที่ร่วมทำงานกับท่านชี้ให้เห็นว่าพระจันทร์มีอิทธิพลของอาการเลือดออกของริดสีดวงทวาร แต่ท่านไม่เชื่อ : " ท่านไม่เคยสังเกตุมาก่อน พยาบาลคนนั้นได้ทำบันทึกของตนไข้ริดสีดวงทวารที่มีเลือดออกในปฏิทินว่าวันไหนมีอาการอย่างไร ท่านได้พบด้วยประหลาดใจว่าอาการเลือดออกจะมีมากในช่วงวันเพ็ญ และสังเกตุว่าอาการเลือดออกจะเกี่ยวพันกับอิทธิพลของวงรอบของดวงจันทร์ ท่านได้รวบรวมสถิติก็ปรากฏว่าริดสีดวงและอาการเลือดออกในกระเพาะส่วนมากจะกำเริบในช่วงจันทร์เพ็ญฃ
รวบรวมโดย ศ.เชตตรีฤทธิ์ |
